รัฐส่อทางตันจ่ายหนี้ชาวนา ธ.ก.ส.รับเหลือเงินแค่3พันล้าน-คลังวุ่นหาแหล่งเงินปล่อยกู้ไม่ได้
แผนจ่ายเงินค่าข้าวชาวนาส่อถึงทางตัน หลังสถาบันการเงินไม่กล้าปล่อยกู้ หวั่นผิดกฎหมาย ธ.ก.ส. ยอมรับมีเงินเหลือแค่ 3 พันล้าน จ่ายหนี้ชาวนา เหลือค้างจ่ายอยู่ถึง 9 หมื่นล้าน ขณะที่เงินจากการระบายข้าวของพาณิชย์ช่วงนี้ถึงเดือนพ.ค. ต้องกันคืนงบกลาง 2 หมื่นล้าน พาณิชย์เดินหน้าลุยเปิดประมูลข้าวอีก 2 แสนตันพรุ่งนี้ หวังหาเงินคืนคลัง โรงสีบ่นอุบผู้ส่งออกกดราคารับซื้อข้าว ต้นเหตุราคาข้าวในตลาดตกต่ำ
การหาแหล่งเงินจ่ายหนี้ค่าข้าวเกษตรกรในโครงการรับจำนำของรัฐบาลกำลังเข้าสู่ภาวะคับขัน เนื่องจากกระทรวงการคลังยังไม่สามารถจะระบุแหล่งเงินที่แน่ชัดได้ มีเพียงแหล่งเงินจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น ขณะเดียวกันเงินที่ได้จากการระบายข้าว ก็ต้องนำส่งคืนงบกลางที่กระทรวงการคลังขอยืมมาก่อนหน้าจำนวน 2 หมื่นล้านบาท
ล่าสุดแหล่งข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวถึงยอดเงินที่เหลือจ่ายหนี้ค่าข้าวให้กับเกษตรกร ที่ถือใบประทวนในโครงการจำนำข้าวปีการผลิต 2556/57 ว่าขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 2-3 พันล้านบาท ที่จะสามารถจ่ายได้ ขณะที่ยอดเงินค้างจ่ายมีอยู่ถึง 9 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้แหล่งเงินที่จะนำมาจ่ายหนี้ค้างชำระแก่เกษตรกร ในโครงการจำนำข้าว มาจาก 3 ทาง คือ 1.เงินที่ได้จากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ 2.เงินกู้จากกระทรวงการคลัง และ 3.เงินจากกองทุนช่วยเหลือชาวนา
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเงินที่ได้จากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา สามารถนำส่งคืนได้ประมาณ 8 พันล้านบาท ถึง 1 หมื่นล้านบาท ถือว่าสามารถนำส่งคืนได้ตามเป้าหมาย หากใช้เงินส่วนนี้อย่างเดียว จะใช้คืนหนี้เกษตรกรได้หมดสิ้นปีนี้ แต่สัญญาณการส่งเงินคืนต่อไปยังไม่แน่ใจว่า จะได้ตามเป้าหมายหรือไม่ ดังนั้นความหวังของการจ่ายคืนหนี้เกษตรกรได้เร็ว น่าจะอยู่ในส่วนของการกู้เงินจากกระทรวงการคลังมากกว่า
สถาบันการเงินไม่กล้าปล่อยกู้กังวลข้อกฎหมาย
ส่วนการกู้เงินของกระทรวงการคลัง ขณะนี้ ได้รับแจ้งว่ามีความพยายามมากที่จะกู้เงินให้ได้ แต่ปัญหายังติดอยู่ที่ผู้ให้กู้ คือ สถาบันการเงินที่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับข้อกฎหมายว่า จะผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้นจึงยังไม่สามารถที่จะระบุได้ชัดเจนว่า เงินที่จะได้จากการกู้จะมาเมื่อไหร่ หากไม่สามารถกู้เงินนี้ได้ ความหวังที่จะจ่ายหนี้คืนเกษตรกรก็แทบจะไม่มี
สำหรับเงินที่จะได้จากการบริจาคและสมทบเข้ากองทุนช่วยเหลือชาวนา ขณะนี้มียอดทยอยบริจาคสมทบเข้ามาต่อเนื่อง โดยล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้ได้ทยอยจ่ายชาวนาเกือบหมดแล้ว ซึ่ง ธ.ก.ส.คาดจะมีเงินบริจาคสมทบเข้ามายังกองทุนอีกจำนวนหนึ่ง
"ถ้ากระทรวงการคลังกู้เงินไม่ได้ โอกาสที่จะคืนหนี้เกษตรกรยากมาก เพราะเงินที่ได้มาก้อนไม่ได้ใหญ่เท่ากับเงินค้างจ่าย ในส่วนของเงินระบายข้าวที่ผ่านมา ยอมรับว่าระบายได้ตามเป้าหมาย แต่ระยะต่อไป เราไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่" แหล่งข่าวกล่าว
มั่นใจเดือนพ.ค.คืนเงินงบกลางได้หมด
แหล่งข่าวกล่าวถึงงบกลางที่ได้ยืมมาทดลองจ่ายหนี้เกษตรกรช่วงที่ผ่านมา จำนวน 2 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ได้เตรียมเงินไว้จ่ายคืนงบกลางแล้วประมาณ 1 หมื่นล้านบาท คาดภายในเดือนพ.ค. นี้ จะสามารถคืนได้หมด โดยเงินที่จะนำมาคืน มาจากการระบายข้าวเท่านั้น ดังนั้นเงินที่จะได้จากการระบายข้าวในช่วงที่เหลือจากนี้ต้องถูกกันไว้สำหรับคืนเงินงบกลาง
"เงินที่ได้จากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์จากนี้จนถึงเดือนหน้า เราจะกันไว้เพื่อคืนเงินงบกลางที่ได้ขอยืมมา ดังนั้นหากจ่ายเงิน 2-3 พันล้านบาทที่เหลือหมด เกษตรกรก็ยังต้องรอเงินคืนจากการระบายข้าวรอบใหม่ คาดว่าจะเริ่มต้นได้ราวเดือนมิ.ย.นี้"
พาณิชย์เปิดประมูลข้าวอีก2แสนตัน
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่าการเปิดประมูลข้าวสารในสต็อกรัฐบาล ผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟต) ครั้งที่ 9 วันที่ 23 เม.ย.นี้ ปริมาณกว่า 200,000 ตัน คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมเสนอราคาซื้อเหมือนที่ผ่านมา ส่วนราคาที่จะอนุมัติขายต้องไม่ต่ำจนเกินไป หากต่ำมากก็จะยิ่งดึงให้ราคาข้าวในตลาดลดลง
สำหรับการเปิดประมูล 8 ครั้งที่ผ่านมา สามารถขายได้ประมาณ 550,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 7,000 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยที่ขายได้ข้าวขาว 5% กิโลกรัมละ 10-12 บาท และข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละ 29-30 บาท ซึ่งได้นำส่งคืนกระทรวงการคลังแล้ว
ส่วนแผนการรักษาระดับราคาข้าวในประเทศช่วงที่ไม่มีโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการจัดทำแนวทางรักษาระดับราคาข้าว ส่วนการเปิดประมูลข้าวในสต็อกรัฐบาล ทั้งกรมการค้า ภายใน และกรมการค้าต่างประเทศ จะร่วมมือกันไม่ขายให้เอกชนในราคาต่ำเกินไป เพราะจะยิ่งเป็นแรงกดดันให้ราคาข้าวในประเทศลดต่ำลง
พาณิชย์ยันไม่ใช่ต้นตอทำราคาตกต่ำ
ขณะที่การเปิดขายให้ผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศมาขอซื้อโดยตรงจากกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าไม่ได้ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ เพราะกรมการค้าต่างประเทศ ได้ขายให้ราคาใกล้เคียงกับการเปิดประมูลเป็นการทั่วไป และอยู่ระหว่างการจัดทำตลาดนัดซื้อขายข้าวเปลือก โดยจะเปิดให้ชาวนานำข้าวเปลือกมาขายที่ตลาดกลางค้าข้าว เพื่อให้พ่อค้า โรงสี มารับซื้อ
"ถ้าการซื้อขายข้าวตามปกติในพื้นที่หนึ่งมีโรงสีเพียง 1-2 แห่ง อาจกดราคารับซื้อจากชาวนาได้ แต่ถ้าเปิดตลาดนัดให้มีผู้ซื้อ ผู้ขายมากราย จะทำให้ไม่เกิดปัญหากดราคา ชาวนาจะขายข้าวได้ราคาที่เป็นธรรม โดยราคาข้าวเปลือกในประเทศขณะนี้ลดลงมาก เป็นเพราะไทยไม่ชนะการประมูลข้าวที่ฟิลิปปินส์ เนื่องจากเวียดนามเสนอราคาต่ำกว่า แต่กรมการค้าต่างประเทศ ก็พยายามหาตลาดใหม่ทดแทนแล้ว" นายสมชาติ กล่าว
โรงสีรับผู้ส่งออกกดราคารับซื้อ
นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ เลขาธิการสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวถึงราคาข้าวที่มีการซื้อขายกันว่าข้าวที่มีความชื้น 15% อยู่ที่ตันละ 7,300-7,500 บาท ส่วนข้าวที่มีความชื้น 25% อยู่ที่ตันละ 5,800-6,200 บาท ราคาที่ซื้อขายกันอยู่ถือว่าทรงๆ ไม่หวือหวามากนัก การรับซื้อข้าวจากชาวนากับโรงสียังปกติ แต่ปัญหาที่เป็นอยู่ตอนนี้คือการรับซื้อข้าวจากโรงสีของผู้ส่งออกมีน้อยมาก มีการกดราคารับซื้อมากโดยข้าวขาว 5% อยู่ที่กิโลกรัมละ 11.20 บาท
"ปัญหาที่โรงสีเจออยู่ตอนนี้เราสามารถรับซื้อข้าวจากชาวนาได้ แต่ซื้อแล้วไม่รู้จะขายใครเพราะผู้ส่งออกก็ไม่ค่อยซื้อแล้ว เป็นเหตุทำให้ราคาข้าวที่ชาวนาขายได้ไม่สูงนัก ผมไม่มั่นใจว่าการที่ผู้ส่งออกไม่ค่อยรับซื้อข้าวจากโรงสีเป็นเพราะตลาดส่งออก หรือเป็นเพราะรอข้าวราคาถูกจากการประมูลของรัฐบาล"









