วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอสเอ็มอีญี่ปุ่นเล็งลงทุนในรัฐยะโฮร์

ผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นเผยรัฐยะโฮร์ของมาเลเซียอยู่ในทำเลดีที่จะดึงดูดวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็กให้ตั้งโรงงานหรือย้ายฐานการผลิต

หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการหรือซีโอโอและผู้อำนวยการบริษัทโคเกียว โกลบอล บิสสิเนส ซัพพอร์ต อิงค์ หรือเอ็นเคจีบีเอส "นายโคอิชิโร นากาจิมะ" ตอกย้ำว่า ที่ตั้งของยะโฮร์เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชั้นนำแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย

ขณะที่เอสเอ็มอีหลายแห่งในญี่ปุ่น พยายามอย่างมากที่จะขยายกิจการมายังประเทศในเอเชีย เนื่องจากการทำธุรกิจในญี่ปุ่นมีต้นทุนสูง นายนากาจิมะมองว่า การขยายธุรกิจระลอกสองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นการขยายตัวของเอสเอ็มอีญี่ปุ่นที่มองหาการขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่น

ทั้งนี้ บริษัทเอ็นเคจีบีเอสให้บริการ "ย้ายโรงงาน" แก่ผู้ผลิตที่ต้องการขยายกิจการไปต่างประเทศ โดยประสานงานกับหุ้นส่วนท้องถิ่น ให้คำบริการครบวงจร และช่วยเหลือก่อตั้งโรงงานและสำนักงาน

หนังสือพิมพ์นิกกัน โคเกียว ชิมบุน หนังสือพิมพ์ธุรกิจและเทคโนโลยีชั้นนำของญี่ปุ่นถือหุ้นในเอ็นเคจีบีเอส 70% ส่วนอีก 30% เป็นของบริษัทเจวี ทีเอ็มซี คอนซัลติง บริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งมีนายนากาจิมะเป็นรองประธาน และเป็นสื่อกลางนำบรรษัทข้ามชาติญี่ปุ่น 25 แห่ง ไปลงทุนในมาเลเซียระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่ง ซึ่งในจำนวนนี้มี 15 แห่งลงทุนอยู่ในรัฐยะโฮร์อยู่แล้ว

นายนากาจิมะกล่าวว่า การขยายธุรกิจรอบนี้คล้ายกับรอบแรกเมื่อ 20-30 ปีก่อน ที่บรรดาบรรษัทข้ามชาติของญี่ปุ่นต่างหลั่งไหลมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมาเลเซียเป็นตัวเลือกแรกที่บริษัทญี่ปุ่นต้องการขยายธุรกิจมาโดยตลอด เมื่อพิจารณาในแง่นี้ รัฐยะโฮร์จึงเป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์หลัก

ซีโอโอบริษัทเอ็นเคจีบีเอส กล่าวด้วยว่า นอกเหนือจากเสถียรภาพทางการเมืองแล้ว โครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภคที่ดีแล้ว มาเลเซียยังแทบไม่มีปัญหาความไม่พอใจจากแรงงาน เช่น การประท้วง รวมทั้งปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่นักลงทุนชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะต้องพิจารณาก่อนลงทุนในต่างประเทศคือภัยธรรมชาติ อาทิ แผ่นดินไหว พายุไต้ฝุ่น น้ำท่วมครั้งใหญ่ และภูเขาไฟระเบิด มาเลเซียค่อนข้างโชคดีที่ไม่ค่อยประสบภัยธรรมชาติ และนักลงทุนต่างชาติก็จะต้องการมาลงทุนที่นี่มากขึ้น

นายนากาจิมะชี้ว่า การที่เมืองยะโฮร์บารูซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐยะโฮร์ตั้งอยู่ใกล้กับสิงคโปร์ ยิ่งเพิ่มข้อได้เปรียบในการดึงดูดบรรดาเอสเอ็มอีจากญี่ปุ่นให้มาตั้งโรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษอิสกันดาร์ หลังจากที่ยะโฮร์เป็นแหล่งผลิตสำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มาเป็นเวลาหลายปี และถือเป็นองค์ประกอบที่ดีที่จะดึงดูดบริษัทญี่ปุ่นมายังรัฐยะโฮร์