กรมการค้าต่างประเทศออกประกาศ ดันข้าวหอมมะลิไทยชนิด"พิเศษ"หวังดึงให้ราคาสูงขึ้น
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่าได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์เรื่องกำหนดให้ข้าวหอมมะลิไทยเป็นสินค้ามาตรฐานและมาตรฐานสินค้าข้าวหอมมะลิไทย(ฉบับที่2)พ.ศ. 2556 โดยได้แบ่งข้าวหอมมะลิไทยเพื่อการส่งออกเป็น 2 ชั้นตามปริมาณข้าวหอมมะลิไทย คือ ข้าวหอมมะลิไทยชนิดพิเศษ (Prime Quality Thai Hom Mali Rice) ต้องมีข้าวหอมมะลิไทยไม่น้อยกว่า 98% โดยปริมาณ
มาตรฐานดังกล่าวถือเป็นมาตรฐานใหม่และเป็นมาตรฐานขั้นดีที่สุด สำหรับข้าวหอมมะลิไทย (Thai Hom Mali Rice) แต่มาตรฐานที่กำหนดไว้เดิม ยังคงให้มีไว้ต่อไป โดยต้องมีข้าวหอมมะลิไทยไม่น้อยกว่า 92% โดยปริมาณ
สำหรับการกำหนดมาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยใหม่ในครั้งนี้ เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยให้สูงขึ้น เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภคในหลายประเทศ เช่น ฮ่องกง จีน ที่ต้องการบริโภคข้าวหอมมะลิไทยชนิดพรีเมี่ยมหรือมีคุณภาพดี แม้ราคาสูงก็ตาม ทั้งนี้ ข้าวหอมมะลิไทยแท้ๆ จะมีรสชาติความเหนียวนุ่มและความหอมแตกต่างกับข้าวชนิดอื่นๆ เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ข้าวหอมมะลิไทย และข้าวหอมมะลิไทยชนิดพิเศษ แบ่งแยกตามประเภทข้าวออกเป็น 2 ประเภท คือ ข้าวขาว และข้าวกล้อง โดยข้าวขาวแบ่งออกเป็น 8 ชนิด คือข้าวขาว 100% ชั้น 1,ข้าวขาว 100% ชั้น 2,ข้าวขาว 100% ชั้น 3, ข้าวขาว 5%,ข้าวขาว 10%,ข้าวขาว15%,ข้าวขาวหักเอวันเลิศพิเศษ และข้าวขาวหักเอวันเลิศ ส่วนข้าวกล้องแบ่งออกเป็น 6 ชนิด คือ ข้าวกล้อง 100% ชั้น 1,ข้าวกล้อง100% ชั้น 2,ข้าวกล้อง 100% ชั้น 3,ข้าวกล้อง 5%,ข้าวกล้อง 10%, และข้าวกล้อง15%
สินค้ามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยทุกชั้น ทุกประเภท และทุกชนิด จะต้องมีความชื้นไม่เกิน 14% มีลักษณะทั่วไปเมื่อผ่านกระบวนการสีแล้ว เป็นข้าวเมล็ดยาว มีความขาว ท้องไข่น้อยตามธรรมชาติ ไม่มีแมลงที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นต้น
ทั้งนี้ ในกรณีที่ส่งสินค้ามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยออกไปนอกราชอาณาจักร โดยบรรจุกระสอบหรือภาชนะอื่นใด ผู้ส่งออกต้องแสดงข้อความภาษาอังกฤษว่า Prime Quality Thai Hom Mali Rice หรือ Thai Hom Mali Rice ตามชั้นคุณภาพที่ส่งออก ที่เห็นได้ชัดเจนบนภาชนะ เพื่อให้ผู้ซื้อรู้ว่าเป็นสินค้ามาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยแท้ ไม่มีการปลอมปน เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อว่าจะได้ซื้อข้าวหอมมะลิไทยแท้แน่นอน








