วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กำไรอสังหาไตรมาส1ต่ำสุด

โบรกเกอร์คาดกำไรกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ไตรมาสแรกปีนี้ต่ำสุดของปี รับผลกระทบการเมืองร้อนฉุดโครงการใหม่ชะลอ-ความต้องการซื้อหด

โบรกเกอร์คาดกำไรกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ไตรมาสแรกปีนี้ต่ำสุดของปี รับผลกระทบการเมืองร้อนฉุดโครงการใหม่ชะลอ-ความต้องการซื้อหด หวัง 9 เดือนหลังสถานการณ์ดีขึ้นหลังยอดเปิดโครงการใหม่ทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมเริ่มฟื้นตัว แนะลงทุนหุ้นอสังหาที่ตุนแบ็คล็อกสูง และหนี้เงินกู้ต่ำ

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสแรกปีนี้ จะถูกกระทบซ้ำเติมจากการที่ผู้ประกอบการไม่กล้าเปิดขายโครงการใหม่ ในช่วงเดือน ม.ค.และก.พ. ที่ผ่านมา เพราะไม่มั่นใจสถานการณ์ และผู้ซื้อที่อยู่อาศัยก็ชะลอการตัดสินใจซื้อในระยะนั้น แต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ก็ทยอยเปิดขายโครงการใหม่ เพราะเห็นว่า แม้มีการชุมนุมทางการเมือง แต่ก็ไม่มีความรุนแรง และผู้บริโภคเริ่มชินกับสถานการณ์ ความต้องการซื้อจริงก็เริ่มเด่นชัดขึ้น ทำให้ยอดขายเดือนมี.ค. กระเตื้องดีขึ้นกว่า 2 เดือนแรกของปี

ขณะที่คอนโด ชะลอตัวลงมากกว่าแนวราบ เพราะพฤติกรรมการเก็งกำไรคอนโดลดน้อยลงมาก ขณะที่แนวราบมีการเก็งกำไรน้อย และนับจากนี้ไป ทีมวิจัยเชื่อว่าจะทยอยเปิดขายโครงการใหม่มากขึ้น เพราะรอสถานการณ์การเมืองไม่ไหว

ทั้งนี้ ทีมวิจัย ให้น้ำหนักการลงทุนปานกลาง โดยให้เลือกซื้อเฉพาะหุ้นปัจจัยพื้นฐานดี คือศุภาลัย (SPALI) พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) และควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ขณะเดียวกันต้องระมัดระวังหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงทางการเงิน มีการใช้หนี้เงินกู้สูง ได้แก่ แสนสิริ (SIRI) พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) และปริญสิริ (PRIN)

ส่วนบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มที่อยู่อาศัยที่เป็นกลาง ซึ่งทั้งการเปิดโครงการใหม่และยอดขายของเดือนมี.ค. เริ่มฟื้นตัวโดดเด่นจากเดือนก่อนหน้า ได้แรงหนุนจากกลุ่มคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยว และประเมินไตรมาสแรกปีนี้ จะเป็นจุดต่ำสุดของกลุ่มทั้งระดับดัชนีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยและการเปิดโครงการใหม่ จึงทำให้คาดว่าที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ในปีนี้จะลดลง 10% จากปีที่แล้ว

ทั้งนี้ ที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ไตรมาสแรกปีนี้เท่ากับ 20,433 หน่วย ลดลง 42% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง -38% จากไตรมาสเดียวกันที่แล้ว และมีสัดส่วนของแนวราบ : คอนโดมิเนียมเท่ากับ 42 : 58 ขณะที่ในเชิงของมูลค่าเท่ากับ 56,478 ล้านบาท ลดลง 43% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลดลง 38% จากไตรมาสก่อนหน้า

ด้าน บล.เคเคเทรด กล่าวว่า ยอดที่อยู่อาศัยจดทะเบียนในเดือนมี.ค. จะฟื้นตัวขึ้นจากความกังวลต่อความเสี่ยงทางการเมืองที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งวันหยุดที่ค่อนข้างมากในเดือนเม.ย. อาจทำให้ยอดขายและยอดจดทะเบียนของกลุ่มผู้ประกอบการอ่อนตัว แต่คาดจะทำได้ดีขึ้นในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. กรณีการเมืองยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ทั้งนี้ เลือกให้ ศุภาลัย เป็นหุ้นเด่นแนะนำลงทุนในระยะยาว จากงานในมือที่รองรับรายได้สูงกว่ากลุ่มและการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ และแนะนำเก็งกำไรระยะสั้นสำหรับ AP จากการจ่ายเงินปันผล 0.25 บาทต่อหุ้น ทำให้มีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (Dividend Yield) 4.5% ของผลประกอบการปี 2556 และแสนสิริ จากคาดหมายผลประกอบการไตรมาสแรกฟื้นตัวเทียบรายปี และมีกำไรพิเศษจากขายสินทรัพย์ราว 500-600 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน คาดว่าผลประกอบการของบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) ในไตรมาสแรกปีนี้ จะมีแนวโน้มที่อ่อนตัวทั้งรายไตรมาสและรายปี สาเหตุจากการรับรู้รายได้ที่อ่อนตัวลงจากงานในมือโดยคาดในเบื้องต้นจะมีรายได้ราว 2.2 พันล้านบาท ประกอบกับการบันทึกรายได้มาจากโครงการ Condo -Town ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า 30% จากสาเหตุดังกล่าวทำให้มีกำไรสุทธิที่ปรับลด และยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม คือโครงการขนาดใหญ่ Lumpini Township รังสิต ที่อยู่ระหว่างการขออนุมัติ EIA ซึ่งกรณีที่ยังไม่สามารถได้รับการอนุมัติภายในเดือนเม.ย.นี้ จะมีผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ราว 2-3 พันล้านบาท ที่คาดจะบันทึกในไตรมาส 4 ปี 2556 จะถูกเลื่อนออกไปและจากระดับราคาปัจจุบันที่สูงกว่ามูลค่าพื้นฐาน