วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อสังหาฯเปิดแผนรับมือฝ่าปัจจัยลบครึ่งปีหลัง

ภาคอสังหาริมทรัพย์ คาดตลาดครึ่งปีหลังธุรกิจจะไม่มีการเติบโต เนื่องจากเมืองยังไม่จบผู้ประกอบการต้องปรับตัวเพื่อรับมือ2แนวทางหลักคือรุกและรับ

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า หากการชุมนุมทางการเมืองยืดเยื้อถึงเดือน มิ.ย.ภาพรวมอสังหาฯในแง่ของยอดขายใหม่ในปีนี้คงจะติดลบ 5-7% เนื่องจากผู้บริโภคไม่มีความเชื่อมั่นในการซื้อที่อยู่อาศัย ผู้ประกอบการชะลอเปิดโครงการและเน้นขายสต็อกเก่า ส่วนยอดโอนกรรมสิทธิ์ก็จะหดตัว เพราะสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยกู้เพิ่มขึ้น สุดท้ายคือลูกค้ากลุ่มนักเก็งกำไรจะทิ้งดาวน์ไม่มาโอน

ดังนั้น แนวโน้มช่วงครึ่งปีหลังจะเห็นผู้ประกอบการรายใหญ่ทำโปรโมชั่นหั่นราคาเพื่อ แย่งลูกค้า เพราะทุกรายอั้นการจัดกิจกรรมมาตั้งแต่ไตรมาสแรก เรียกว่าทุกคนมีของในมือที่พร้อมจะปล่อยออกสู่ตลาดได้ทุกเมื่อ

ประเมินสถานการณ์รายเดือน

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต รองประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัญหาการเมืองยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่คาดเดายาก ทำให้ยากที่ประเมินภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีหลังได้ แต่เชื่อว่าตลาดมีโอกาสจะเติบโตอยู่บ้าง จากสัญญาณยอดขายกลับมาดีขึ้นมากในเดือนมี.ค. แม้ว่าปัญหาเดิมยังมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ภาคครัวเรือน โดยเฉพาะเกิดจากโครงการรถคันแรก ซึ่งจะเป็นปัญหายังอยู่ตลอดไปทั้งปี ขณะที่สถาบันการเงิน ยังคงเข้มงวด ทั้งการปล่อยสินเชื่อโครงการ และสินเชื่อรายย่อยเหมือนเดิม

ทั้งนี้ คงต้องประเมินสถานการณ์ไปเดือนต่อเดือน แต่โดยภาพรวมอสังหา ปีนี้คาดว่าจะยังเติบโต แต่จะไม่เติบโตในอัตราสูงมากเหมือนที่ผ่านมา และจะเป็นปีที่ซัพพลายและดีมานด์ปรับตัวสู่จุดสมดุลดีขึ้นกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา จากซัพพลายใหม่เปิดตัวลดลง ขณะที่ดีมานด์ยังไม่มีอยู่ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายก็จะกลับมาเหมือนเดิม

แผนการทำตลาดในครึ่งปีหลัง เพอร์เฟคฯจะยังคงเน้นใช้ 2 แผนเหมือนเดิม คือ แผน"ตั้งรับ"และ"เชิงรุก" ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะแผนการโฆษณาต้องปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ หากประเมินว่าการเมืองสงบก็จะโหมการโฆษณาเชิงรุก โดยการใช้สื่อแมส แต่หากการเมืองไม่นิ่ง ก็จะใช้การ"ตั้งรับ"หันมาเน้นใช้สื่อในพื้นที่ เช่น ป้ายโฆษณา คัตเอาท์ ไดเร็คเมล์ สื่อออนไลน์ เป็นต้น

ขณะเดียวกันยังคงเน้นการบริหารกระแสเงินสด และระมัดระวังเงินลงทุน ทั้งในเรื่องการซื้อที่ดิน ปีนี้จะไม่โหมซื้อเหมือนที่ผ่านมา ประกอบกับปีนี้โครงการเปิดทั้งหมดมีที่ดินครบแล้ว และการเปิดโครงการ ต้องดูจังหวะที่เหมาะสม หากบรรยากาศไม่เอื้อ ก็พร้อมชะลอการเปิดตัวออกไป เช่น ในไตรมาส 1 ได้เลื่อนเปิด 2 โครงการในกรุงเทพฯและเชียงใหม่ ออกไป

การเมืองจบ-อสังหาฯฟื้น

นายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจัยทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากปัญหาการเมืองที่ยังไม่มีความชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการในตลาดชะลอหรือเลื่อนการลงทุนออกไป และในส่วนผู้บริโภคเองก็ชะลอการตัดสินใจซื้อ จึงทำให้ภาพรวมตลาดอสังหาฯปีนี้ชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม มองว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะฟื้นตัวได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าการเมืองว่าจะจบลงเมื่อไหร่ เพราะขณะนี้ผู้บริโภครอการเมืองให้เห็นภาพชัดเจนว่าจะเป็นในทิศทางไหน เรียกได้ว่าดีมานด์ในตลาดยังมีอยู่ เพียงแต่รอดูทิศทางเรื่องการเมืองเท่านั้นเอง ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็เหมือนตลาดรถยนต์ เมื่อไหร่ที่การเมืองวุ่นวาย ความต้องการในทุกภาคธุรกิจก็จะชะลอตัวเพื่อดูทิศทาง ไม่ได้ชะลอตัวเพราะเกิดจากการไม่มีกำลังซื้อ

อย่างไรก็ดี ในช่วงที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงที่ยังไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้ กลยุทธ์การตลาดในช่วงนี้ก็อาจจะมีการเพิ่มโปรโมชั่นมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจในการซื้อ ทั้งนี้ การทำโปรโมชั่นก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละทำเล และระดับราคาแตกต่างกันไป

การเมืองนิ่งเห็นการเปิดตัว พ.ค.-มิ.ย.

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดอสังหาฯ ที่ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 2 เชื่อว่า ทำให้ผู้ประกอบการทุกคน กลับมาทำตลาดอย่างเต็มที่ ซึ่งเชื่อว่า หากไม่มีสถานการณ์รุนแรงไปมากกว่านี้ ทุกคนพร้อมกลับมาบุกเปิดตัวโครงการอย่างเต็มที่ในเดือนพ.ค.-มิ.ย. นี้ทำให้เชื่อว่าตลาดอสังหาฯครึ่งปีหลัง เติบโตได้

ซึ่งในขณะนี้ บริษัทยังไม่มีการปรับแผนใหม่แต่อย่างใด คงเน้นใช้แผน "ยืดหยุ่น" ลงทุนสอดคล้องกับสถานการณ์ หาเป็นการลงทุนโครงการใหม่ ก็เลือกเวลาเหมาะสม การเมืองต้องนิ่ง

“คงต้องรอลุ้นเดือนเม.ย.ก่อน ว่าการเมืองจะมีเหตุการณ์อะไรรุนแรงหรือไม่ เพราะตราบใดที่การเมืองยังไม่จบ ความเชื่อมั่นต่างๆ จะฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ทั้งที่ตลาดอสังหาฯยังมีดีมานด์รอจะซื้ออีกมาก ขอให้สถานการณ์นิ่ง เศรษฐกิจกลับมาเป็นปกติ ทุกอย่างก็จะไปได้ดี”

ไตรมาสแรกคอนโดเปิดใหม่35โครงการ

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่ามีอสังหาริมทรัพย์เปิดตัวใหม่ช่วงไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ปี 2557 พบว่า มีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ 35 โครงการ จำนวน 13,917 ยูนิต ลดลง 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2556 โครงการคอนโดเปิดจำนวน 27, 815 ยูนิต

ส่วนโครงการแนวราบ (บ้านจัดสรร) ในไตรมาสแรกของปีนี้มีการเปิดตัวจำนวน 59 โครงการ จำนวน 8,721 ยูนิต ลดลง 20% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2556 เปิดทั้งหมดจำนวน 11,085 ยูนิต

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ยังระบุว่า ในปี 2557 คาดว่า จะมีหน่วยขายแนวราบเปิดใหม่เท่าปีที่แล้ว คือ 45,000 ยูนิต แต่คอนโด คาดว่าจะลดลงเหลือประมาณ 60,000 ยูนิตจากปีที่แล้วเปิดมากถึง 85,000 ยูนิต โดยรวมลดลงจากปีที่แล้ว 25-30%

ส่วนปี 2556 ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโครงการเปิดตัวใหม่ 475 โครงการ รวมกว่า 1.3 แสนยูนิต มูลค่า 3.85 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% ถือเป็นการปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลง เนื่องจากการเกิดภาวะชะงักงันในการลงทุนภาครัฐ ในช่วงสุญญากาศของรัฐบาล