สุปภาวะหุ้นจากทั่วโลกประจำวันที่ 17 เม.ย. 57
ข้อมูลศก.หนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก
ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจทั้งบวกและลบ และบริษัทชั้นนำเผยผลประกอบการสร้างความพอใจแก่นักลงทุน
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 162.29 จุดหรือ 1.00% ปิดที่ 16,424.85 จุด ส่วนดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 19.33 จุดหรือ 1.05% ปิดที่ 1,862.31 จุด และดัชนีแนสแดก ทะยาน 52.06 จุดหรือ 1.29 % ปิดที่ 4,086.23 จุด
ทั้งนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดการผลิตของภาคโรงงาน เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค ขยายตัว 0.7% ในเดือนมี.ค. ส่งสัญญาณว่า ภาคอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัวขึ้น หลังจากเผชิญสภาพอากาศที่หนาวเย็นรุนแรง ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 0.4% แตะ 79.2% ในเดือนมี.ค.
ตัวเลขทั้งสองสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัวเพียง 0.4% ในเดือนมี.ค. ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตคาดว่าจะอยู่ที่ 78.7%
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.8% มาอยู่ที่ 946,000 ยูนิตในเดือนมี.ค. ส่วนการอนุญาตก่อสร้างปรับตัวลดลง 2.4% ในเดือนมี.ค. สู่ระดับ 990,000 ยูนิต ซึ่งข้อมูลนี้ ต่ำกว่าคาดการณ์ โดยนักวิเคราะห์คาดว่า ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านจะทะยานขึ้นแตะ 965,000 ยูนิตในเดือนมี.ค. ส่วนการอนุญาตก่อสร้างคาดว่าจะอยู่ที่ 1.01 ล้านยูนิต
ส่วนบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่างยาฮู และกูเกิล ต่างรายงานผลประกอบการสดใส หนุนให้ราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทปรับตัวขึ้น โดยหุ้นของยาฮู เพิ่มขึ้น 6% ส่วนหุ้นของกูเกิ้ล ปรับตัวเพิ่ม 3.8%
ผลประกอบการบริษัทหนุนหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้น
ดัชนีหุ้นหลักๆของยุโรป ปิดตลาดปรับตัวขึ้น หลังจากบริษัทชั้นนำ รวมถึง เทสโก้ เครือข่ายค้าปลีกชั้นนำรายงานผลประกอบการสดใส
ดัชนี DAX ของเยอรมนี ปิดตลาดที่ 9,317.82 เพิ่มขึ้น 144.11 จุดหรือ 1.57% ดัชนี FTSE ปิดตลาดที่ 6,584.17 จุด ปรับเพิ่ม 42.56 จุด หรือ 0.65% และดัชนี CAC40 ปิดที่ 4,405.66 จุด เพิ่มขึ้น 60.31 จุด หรือ 1.39%
ทั้งนี้ ราคาหุ้นเทสโก้ บวก 2.6% หลังจากบริษัทรายงานกำไรสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนหุ้นบริษัทซินเกนทา เพิ่มขึ้น 2.3% หลังจากบริษัทประกาศรายได้ไตรมาสแรกสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
น้ำมันดิบปิดตลาดเฉียด 103 ดอลลาร์
น้ำมันดิบตลาดนิวยอร์ก ปิดตลาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังอีไอเอเผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่แล้วทะยานสูงสุดในรอบ 13 ปี
ราคาน้ำมันดิบเวสท์ เท็กซัส ตลาดไนเม็กซ์ ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้นประมาณ 1 เพนนี ปิดตลาดที่ 103.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับตัวขึ้น 24 เซนต์ ปิดตลาดที่ 109.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐในรอบสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 11 เม.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และพุ่งขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2544 หรือในรอบกว่า 13 ปี
เริ่มจากสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 10 ล้านบาร์เรล แตะ 394.1 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.5 ล้านบาร์เรล สต็อกน้ำมันกลั่นซึ่งรวมถึงน้ำมันเตา และน้ำมันดีเซล ลดลง 1.3 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 111.9 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงแค่ 100,000 บาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 200,000 บาร์เรล แตะ 210.3 ล้านบาร์เรล จากที่คาดการณ์ว่าจะลดลงราว 1.4 ล้านบาร์เรล
วิตกยูเครนหนุนราคาทองปิดตลาดดีดตัวขึ้น
ราคาทองฟิวเจอร์ ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในยูเครน ขณะที่ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์สหรัฐซบเซา
สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 0.2% ปิดตลาดที่ 1,303.50 ดอลลาร์/ออนซ์
ราคาทองคำดีดตัวขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดสถานการณ์ความไม่สงบขึ้นอีกครั้งทางตะวันออกของยูเครน หลังกลุ่มผู้สนับสนุนรัสเซีย บุกยึดอาคารหน่วยงานรัฐบาลในเมืองโดเนสก์ ลูฮานสค์ และคาร์คิฟ เพื่อเรียกร้องให้มีการทำประชามติว่าด้วยการปกครองตนเองและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมากขึ้นกับรัสเซีย
ขณะเดียวกันทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี และระบุว่าวิกฤติความขัดแย้งในยูเครน ที่รุนแรงขึ้นทำให้ยูเครนมีแนวโน้มจะเผชิญกับสงครามกลางเมือง
นอกจากนี้ ราคาทองคำ ยังได้รับแรงหนุนหลังจากที่ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน และการอนุญาตก่อสร้างของสหรัฐต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.8% มาอยู่ที่ 946,000 ยูนิตในเดือนมี.ค. ขณะที่การอนุญาตก่อสร้างปรับตัวลดลง 2.4% ในเดือนมี.ค.เมื่อเทียบกับเดือนก.พ. สู่ระดับ 990,000 ยูนิต









