สำรวจไตรมาสแรกอัตราเฉลี่ย เหนือกว่ากองบอนด์ในประเทศนักวิเคราะห์แนะดอกเบี้ยขาขึ้น หาโอกาสลงทุนตราสารน่าสนกว่าเงินฝาก
สำรวจผลตอบแทนกองทุนตราสารหนี้ไตรมาส 1/2557 โชว์กองตราสารหนี้ต่างประเทศให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่7.25% ต่อปี ดีกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยกองตราสารหนี้ในประเทศที่ทำได้สูงสุด 5.38% ต่อปี ด้านนักวิเคราะห์มองแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ผลตอบแทนกองตราสารหนี้น่าสนใจกว่าเงินฝาก แนะหาโอกาสลงทุนตามความเสี่ยงที่รับได้
จากการสำรวจผลการดำเนินงาน กองทุนตราสารหนี้ในช่วงไตรมาสที่ 1/2557 พบกองทุนตราสารตลาดเงินให้รีเทิร์นเฉลี่ย 2.23% ต่อปี โดยกองที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน 3.07% ต่อปี ส่วนกองมีผลงานแย่สุดรีเทิร์น 1.33% ต่อปี
โดยกองทุนตราสารตลาดเงินที่มีผลงานดีสุด 2 อันดับแรกนั้น อันดับ 1 เป็นของกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ระยะสั้น (KT-ST)ของบลจ.กรุงไทย ให้ผลตอบแทน 3.07% ต่อปี อันดับ 2 กองทุนเปิดเค เอ็ม พลัส (K-MPLUS) ของบลจ.กสิกรไทย ให้ผลตอบแทน 2.83% ต่อปี
สำหรับกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.70% ต่อปี โดยกองที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน 8.17% ส่วนกองที่มีผลงานแย่สุดให้ผลตอบแทน 1.91% ต่อปี หรือต่างกันอยู่ 6.27%
โดยกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีผลงานดีสุด 2 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล คอร์ ฟิกซ์ อินคัม ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (CIMB-PRINCIPAL IFIXED-R) ของบลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล ให้ผลตอบแทน 8.17% ต่อปี อันดับ 2 กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล คอร์ ฟิกซ์ อินคัม ชนิดสะสมมูลค่า (CIMB-PRINCIPAL IFIXED-A) ของบลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล ให้ผลตอบแทน 8.04% ต่อปี
ส่วนกองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาวให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5.38% ต่อปี โดยกองที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน 14.34% ต่อปี ขณะที่กองแย่สุดให้ผลตอบแทน 2.02% ต่อปี หรือต่างกันอยู่ 12.32%
โดยกองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาวที่มีผลงานดีสุด 2 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ1 กองทุนเปิดกรุงไทยอ้างอิงเงินเฟ้อ (KTILF) ของบลจ.กรุงไทย ให้ผลตอบแทน 14.34% ต่อปี อันดับ 2 กองทุนเปิดกรุงไทยพันธบัตรรัฐบาลชดเชยเงินเฟ้อ (KTILB) ของบลจ.กรุงไทย ให้ผลตอบแทน 12.36% ต่อปี
ด้านกลุ่มกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ในส่วนของกองทุนตราสารหนี้โลกให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5.02% ต่อปี โดยกองที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน 11.99% ต่อปี ส่วนกองที่แย่สุดให้ผลตอบแทนติดลบ 2.23% ต่อปี หรือต่างกันอยู่ 14.22%
โดยกองทุนตราสารหนี้โลกที่มีผลงานดีสุด 2 อันดับแรก นำมาโดย อันดับ 1 กองทุนเปิดเคแอสเซ็ท โกลบัล ฟิกซ์อินคัม4 (KGF4) ของบลจ.กสิกรไทย ให้ผลตอบแทน 11.99% ต่อปี อันดับ 2 กองทุนเปิดเคแอสเซ็ท โกลบัล ฟิกซ์อินคัม 3 (KGF3) ของบลจ.กสิกรไทย ให้ผลตอบแทน 11.93% ต่อปี
ขณะที่กองทุนตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7.25% ต่อปี โดยกองที่ผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน 16.29% ต่อปี และกองที่แย่สุดให้ผลตอบแทน 0.93% ต่อปี หรือต่างกันอยู่ 15.35% ต่อปี
โดยกองทุนตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ที่มีผลงานดีสุด 2 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ1 กองทุนเปิดโกลบอล อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ต - ปันผล (GEM-D) ของบลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) ได้ 4 ดาวให้ผลตอบแทน 16.29% ต่อปี อันดับ 2 กองทุนเปิดตราสารหนี้เอเชีย (ASIA-B) ของบลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) ได้ 3 ดาวให้ผลตอบแทน 13.46% ต่อปี
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) มองแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ธนาคารปรับลดเป้าสินเชื่อลงและแนวโน้มดอกเบี้ยในประเทศมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับลงได้อีก หากมองอัตราผลตอบแทนกองทุนตราสารหนี้แบบมีอายุ ซึ่งส่วนใหญ่จะผสมตราสารหนี้ในประเทศเข้ามาด้วย เพิ่มผลตอบแทนให้สูงขึ้นก็ยังคงให้ผลตอบแทนดีกว่า โดยเปรียบเทียบกับเงินฝากในระยะเวลาใกล้เคียงกัน จึงน่าจะทำให้มีเงินฝากบางส่วนไหลเข้ากองทุนตราสารหนี้ด้วย








