ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ ผู้ให้บริการ "มีบ้าน มีรถ เงินสดทันใจ"
บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อแบบมีหลักประกันครอบคลุมรถทุกประเภท บ้านและที่ดิน สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ และสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกันภายใต้เครื่องหมายทางการค้า "มีบ้านมีรถ เงินสดทันใจ" สิ้นปี 2556 มีสาขาทั้งหมด 602 แห่ง บริษัทมีบริษัทย่อย 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1982 จำกัด และบริษัท เงินสดทันใจ จำกัด บริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อนำไปขยายการปล่อยสินเชื่อ เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน และชำระคืนหนี้เงินกู้บางส่วน ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมสำหรับปี 2557 ได้ราว 8.60 บาท
ประเด็นสำคัญในการลงทุน
-เป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจให้สินเชื่อรายย่อยมานานกว่า 30 ปี : กลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อรายย่อยแบบมีหลักประกันมากว่า 30 ปี สิ้นปี 2556 มียอดจัดสินเชื่อคงเหลือ 5.5 พันล้านบาทมีสัดส่วนของหลักประกันที่เป็นรถยนต์ 52% รถจักรยานยนต์เก่าและใหม่ 29% บ้านพร้อมที่ดิน 13% โครงสร้างรายได้หลักมาจากเงินให้กู้ยืม 54% จากสัญญาเช่าซื้อ 22% และรายได้อื่น 24% การมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมานานทำให้บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดีและการมีอัตราส่วนการให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV)เพียง 30-70% ทำให้มีความเสี่ยงต่ำ
-กำไรปี 2556 เติบโต 42% : ธุรกิจการให้สินเชื่อมีแนวโน้มเติบโตสูงเนื่องจากยังมีผู้ที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อธนาคารและมีจำนวนหลักประกันเพิ่มขึ้นทุกปี ปี 2556 มีรายได้รวม 1,446 ล้านบาทเติบโต 48% จาก 1,030 ล้านบาทในปี 2555 และมีกำไรสุทธิ 575 ล้านบาทเติบโต 42% จากกำไรสุทธิ 405 ล้านบาทในปี 2555 แสดงถึงความสามารถในการทำกำไรที่ปรับดีขึ้นต่อเนื่อง โดยมีอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมให้บริการที่สูงครอบคลุมความเสี่ยงและค่าใช้จ่าย เห็นได้จากมีส่วนต่างดอกเบี้ยที่สูงถึง 27% ในปี 2555 และ 26% ในปี 2556 ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ลดลงต่อเนื่องจาก 55.4% ในปี 2555 เหลือ 49.7% ในปี 2556
-คาดกำไรปี 2557 เติบโตต่อเนื่องอีกราว 20% : ภาพรวมการดำเนินงานในปี 2557 ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาตามการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้ที่เป็นผลมาจากการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องตามเป้าเพิ่มสาขาปีละ 100 แห่ง ฝ่ายวิจัยใช้สมมติฐานอัตราการเติบโตของรายได้เท่ากับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีที่ระดับ 20% และคาดการณ์รายได้ดอกเบี้ยราว 1.7 พันล้านบาท ด้วยสมมติฐานส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะลดลงเหลือ 22% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ที่ลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 48.6% ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2557 ราว 717 ล้านบาทเติบโต 25% ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่สูงถึง 33% สูงกว่ากลุ่มเป็นระดับที่น่าสนใจ
-การประเมินมูลค่าหุ้น : ในการประเมินมูลค่าพื้นฐานของหุ้นด้วยวิธี PER โดยอิง Prospect PER ที่ระดับ 12 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด(15 เท่า)แต่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มอุตสาหกรรม (10 เท่า) เนื่องจากมีอัตราการเติบโตของผลการดำเนินงานและ ROE ที่สูงกว่ากลุ่ม และจากการคำนวณกำไรต่อหุ้นแบบ Fully Diluted ปี 2557 เท่ากับ 0.72 บาทต่อหุ้นได้ราคาเหมาะสมราว 8.60 บาท









