คาดกำไรสุทธิ 1Q57 ปรับเพิ่ม 58%QoQ
เป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่ปัจจัยจากอัตราแลกเปลี่ยนมีผลกระทบต่อ PTTEP จากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 653 ล้านบาทจากค่าเงินแคนาดาอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐฯ แต่ถูกชดเชยด้วยค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่า ทำให้ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนบนภาษีรอตัดบัญชีลดลง ซึ่งทำให้อัตราภาษีลดลงเหลือ 42% ใน 1Q57 เทียบกับ 4Q56 ที่ PTTEP มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.1 พันล้านบาท และมีอัตราภาษีสูง 65% เนื่องจากค่าเงินแคนาดาและค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐอ่อนตัว ผลจากอัตราแลกเปลี่ยนที่กลับมาเป็นบวกดังกล่าวทำให้เราคาดว่า PTTEP จะมีกำไรสุทธิ 1Q57 ปรับเพิ่ม 58% QoQ มาอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท
คาดกำไรก่อนภาษี 1Q57 ลดลง จากต้นทุนผลิตที่เพิ่มขึ้น
บริษัทผลิตปิโตรเลียมจากโครงการมอนทาราเพิ่มเป็น 1.2 หมื่นบาร์เรลต่อวัน แต่คงต้องแลกด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเหลือ 55% จาก 60% ในปี 4Q56 เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีต้นทุนในการผลิตสูงผลกระทบดังกล่าวทำให้เราคาดว่าบริษัทจะมีกำไรก่อนภาษีอยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท ลดลง 11%QoQ โดยยอดขายจากโครงการมอนทาราที่เพิ่มขึ้น ถูกลดทอนด้วยโครงการเวียดนาม 16-1 ที่รับรู้ยอดขายลดลง ทำให้เราคาดว่ายอดขายปิโตรเลียม 1Q57 จะยังใกล้เคียง 4Q56 ที่ระดับ 3 แสนบาร์เรลต่อวัน โดยมีราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 65 เหรียญต่อบาร์เรล ทรงตัว QoQ เช่นกัน
เชื่อว่ากำไรสุทธิจะกลับมาฟื้นตัวใน 2H57
เราคาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q57 จะยังคงทรงตัว QoQ แต่จะกลับมาฟื้นตัวใน 2H57 ปัจจัยบวกอยู่ที่โครงการ Zawtika เริ่มผลิตเต็มไตรมาส บริษัทคาดว่าโครงการจะเริ่มผลิตในช่วง พ.ค. – มิ.ย. 57 แม้จะล่าช้าไปจากแผน แต่ไม่กระทบประมาณการปี 2557 เนื่องจากเราประเมินไว้ว่าจะเดินเครื่องเต็มกำลังผลิตในช่วง 2H57 โดยยอดขายจากโครงการดังกล่าวคิดเป็น 16% ของเป้าหมายยอดขายในปี 2557 ถือว่ามีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ 2H57 ขณะที่กำไรสุทธิ 1Q57 ที่เราคาดคิดเป็น 18% ของกำไรสุทธิทั้งปี 2557 ที่เราประเมินไว้ที่ 6.4 หมื่นล้านบาท
คงคำแนะนำ “ซื้อ”
PTTEP ถือเป็นบริษัทผลประกอบการมีโอกาสที่จะคลาดเคลื่อนสูง เนื่องจากมีความเสี่ยงจาก การเริ่มผลิตปิโตรเลียมไม่เป็นไปตามกำหนด โดยการทำประมาณการของเราเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยให้ส่วนลดจากเป้าหมายของบริษัท 5% เทียบกับข้อมูลความคลาดเคลื่อนในอดีต พบว่ากำไรสุทธิปี 2557 ยังคงเติบโต 14%YoY รวมทั้งราคายังมี Upside 23% รวมทั้งยังมี Upside จากการเข้าประมูล HESS ที่คาดว่าได้ข้อสรุปภายใน เม.ย. 57 ทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม









