ระยะเดือน ขึ้นขาย-ถือเงินสด 60% ของพอร์ต เน้นเลือกลงทุนหุ้นปันผลสูง กระแสเงินสดดี
Market Outlook
คาดดัชนีฯ มีโอกาสปรับขึ้นไปยืนเหนือระดับจิตวิทยา 1400 จุดได้ในสัปดาห์นี้ จาก Fund Flow ย้ายกลับมาลงทุน EM แนะนำเก็งกำไร Laggard Play (หุ้นที่มี Cheap Valuation)
คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ มีโอกาสปรับขึ้นไปยืนเหนือระดับจิตวิทยา 1400 จุดได้ (กรอบสูงสุดอาจขึ้นไปได้ถึง 1420 จุด) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก แรงซื้อหุ้น Laggard Plays (Cheap/Moderate Cheap Valuation)จากกระแส Foreign Fund Flow และแรงหนุนจากกองทุนในประเทศ อิงกระแสการเมือง
คาดว่าจะยังคงไม่เกิดความรุนแรงในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ และการขึ้นเครื่องหมาย XD กลุ่มแบงก์ใหญ่จะเริ่มต้นตั้งแต่ 11 เมย. ขณะที่ กระแสการทำ QE ยุโรป ญี่ปุ่น เป็นกระแสหนุนแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงส่วนดัชนีฯ 1-2 วันนี้ คาดลดลง โดยมีจุดซื้อเก็งกำไรบริเวณ 1370-1380 จุด วิตกผลกำไรบจ.สหรัฐ อาจออกมาแย่ ท่ามกลางวอลุ่มซื้อขายเบาบาง จากการชะลอลงทุนก่อนเทศกาลหยุดยาวสงกรานต์ แนะนำหุ้น Laggard Stocks (ดูตารางข้างล่าง)
ปัจจัยในประเทศ คาดสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ จะกลับมามีอุณหภูมิร้อนแรงอีกครั้ง หลังเทศกาลสงกรานต์ ประเด็น สถานะภาพของนายกฯ รักษาการ ยิ่งลักษณ์ อาจสิ้นสุดลง ภายหลังการชี้มูลของป.ป.ช./คำตัดสินศาลรธน.กรณี โครงการจำนำข้าว/โยกย้าย คุณถวิล เปลี่ยนสี ส่วนการชุมนุมกลุ่มนปช. สุดสัปดาห์ก่อน เป็นเพียงการแสดงสัญลักษณ์ แต่นัดชุมนุมอีกครั้ง 18 เม.ย. ซึ่งอาจเป็นวันที่มีคำตัดสินนายกฯ
กลุ่มธนาคารคาดประกาศผลประกอบการ 1Q57F แย่ลง yoy เริ่มทยอยประกาศ 11-21 เม.ย. อิงจากผลสำรวจ Bloomberg consensus คาดธนาคารส่วนใหญ่มีผลประกอบการแย่ลง y-y โดยธนาคารที่คาดกำไรลดลงมากสุดได้แก่ TCAP (-36.3% yoy) KKP (-22.5% yoy) TISCO (-15.1% yoy) (ดูรายละเอียดในเล่ม) ส่วนหุ้นเด่นด้านผลประกอบการ อาจเป็นกลุ่มที่มิใช่สถาบันการเงิน อาทิ SCC TP 500 (ธุรกิจปิโตรเคมีหนุนผลกำไร HDPE Spread YTD+17.4%y-y 2.5%q-q เป็น $612/ตัน และคาดกำไรเติบโตต่อเนื่องในปี 57-58 ด้วยยิลด์ปันผล 3-3.5%) IVL TP22.50 คาดประกาศดีลซื้อกิจการ 2 แห่ง ที่ตุรกี และ ตอ.กลางหรืออเมริกาเหนือ และผลกำไรพลิกกลับมาเป็นกำไรใน 1Q57F จากส่วนต่างราคา PET PTA Polyester ที่ดีขึ้น และ 2Q57F จะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ PET คาดปีนี้กำไร 3.51 พันลบ เติบโต 160%
ปัจจัยต่างประเทศ จะให้ความสนใจต่อ รายงานผลกำไรบจ.สหรัฐฯ และญี่ปุ่นอาจส่งสัญญาณเพิ่มขนาด QE โดยตลาดให้ความสนใจต่อ รายงานประชุมเฟดล่าสุดวันที่ 18-19 มี.ค.ต่อมุมมองด้านเศรษฐกิจการจ้างงาน เพื่อประเมินโอกาสที่เฟดจะลดวงเงิน QE ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 หรือไม่ / การประชุม BoJ วันที่ 8 เม.ย. อาจเห็น BoJ เพิ่มวงเงินการเข้าซื้อสินทรัพย์ จากปัจจุบัน 70 ล้านล้านเยน/ปี หลังเศรษฐกิจชะลอตัวเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ / การประชุม BoE วันที่ 10 เม.ย. ตลาดให้น้ำหนักกับโครงการรับซื้อสินทรัพย์ GBP3.75 แสนล้าน อาจพิจารณาลดวงเงิน หลังเศรษฐกิจอังกฤษ ฟื้นตัวแข็งแกร่ง









