วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้บริหารลีซอิททิ้งไอพีโอวันแรก

ลีซอิททิ้งหุ้นหลังไอพีโอ 1.3 ล้านหุ้น นำทีมโดย ประธานกรรมการบริษัท ทิ้งหุ้นวันแรกสูงสุด 3 แสนหุ้น เชื่อไม่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานว่า จากรายการการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหาร (แบบ59-2) พบว่า มีรายการขายหุ้นของผู้บริหาร บริษัท ลีซ อิท จำนวน 8 รายการในวันที่หุ้น ลีซอิท เข้าทำการซื้อขายหลักทรัพย์ในวันแรก คือ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2557 โดยมีทั้งการซื้อและการขายหลักทรัพย์ แบ่งเป็นการซื้อ 7 รายการ และการขาย จำนวน 1 รายการ

จากการตรวจสอบพบว่า มีรายการขายหุ้นทั้งสิ้น 7 รายการ จำนวน 1.3 ล้านหุ้น ได้แก่ นางดวงพร สุจริตานุวัต ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ และประธานกรรมการตรวจสอบขายหุ้นจำนวน 300,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 2.05 บาท นางสาวแคทลียา จงสวัสดิ์ ทำการขาย 150,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 2.22 บาท นายธีรวัตน์ ขำเมือง ทำการขายหุ้น จำนวน 200,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 2.28 บาท

นอกจากนี้มี นายปิยนันท์ มงคล ทำการขายหุ้น 200,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 2.23 บาทต่อหุ้น นางรุ่งนภา โอกาศ ทำการขายหุ้น 150,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 2.20 บาทต่อหุ้น นายฤทธิไกร บรรเทาทุกข์ ทำการขายหุ้นจำนวน 150,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 2.30 บาท นายสุทัศน์ ขันเจริญสุข ทำการขายหุ้น 150,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 2.10 บาท ส่วนรายการซื้อหุ้นนั้น พบว่ามีนาย ปิยนันท์ มงคล ทำการซื้อ 250,005 หุ้น ราคาหุ้นละ 2.01 บาท

ด้าน นายสมพล เอกธีรจิตต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีซ อิท ผู้ให้บริการสินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีข้อจำกัดในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เปิดเผยว่า การขายหุ้นดังกล่าวนั้นจากการสอบถามพบว่ามีกรรมการท่านหนึ่งขายหุ้นออก และจากการสอบถามกรรมการท่านดังกล่าวในการประชุมคณะกรรมการบริษัทได้รับคำตอบว่า กรรมการท่านดังกล่าวเป็นกรรมการอิสระ จึงคิดว่าไม่เหมาะสมที่จะถือหุ้น จึงตัดสินใจขายหุ้นในวันซื้อขายหลักทรัพย์ครั้งแรก ซึ่งกรรมการบริษัทท่านนั้นได้รับสิทธิการจองซื้อหุ้นในราคาที่ซื้อขายหลักทรัพย์ครั้งแรก (ไอพีโอ)ที่ราคา 1.80 บาทต่อหุ้น

ส่วนในอนาคตนั้น เชื่อว่าจะไม่มีการขายหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มเอสวีโอเอ จะไม่มีการขายหุ้นออกมาเพิ่มแน่นอน เพราะต้องการลงทุนในระยะยาว โดยส่วนตัวเป็นผู้กำหนดทิศทางบริษัท ก็ยังเห็นโอกาสในการเติบโตบริษัท และยังคิดว่าจะถือหุ้นต่อไป ซึ่งการขายหุ้นที่เกิดขึ้นจะไม่ได้กระทบกับบริษัทแน่นอน สำหรับความเชื่อมั่นนักลงทุนนั้น บริษัทไม่ได้กังวลว่าจะกระทบความเชื่อมั่น และเชื่อว่านักลงทุนเข้าใจกับการขายหุ้น โดยหุ้นทั้งหมดที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ถืออยู่ถูกกำหนดห้ามซื้อขายทั้งหมด จากจำนวนของหุ้นทั้งหมดคิดเป็น 55% ครบ หากกำหนด 6 เดือนจะสามารถขายหุ้นได้ 25% หลัง 1 ปีสามารถขายได้ 100%

สำหรับสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท นั้นพบว่า กลุ่ม เอสวีโอเอ ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 93.9 ล้านหุ้น หรือ 47.00 % นายประสิทธิ์ กาญจนศักดิ์ชัย ถือหุ้น 16 ล้านหุ้น หรือ 8 % นายมินทร์ อิงค์ธเนศ ถือหุ้น 6.42 ล้านหุ้น หรือ 3.21 % นายเกริกไกร ไตรบัญญัติกุล ถือหุ้น 1 ล้านหุ้น หรือ 0.50 % นายวิจิตร โภคะกุล ถือหุ้น 9.23 แสนหุ้น หรือ 0.46 %