กลุ่มเนชั่น มั่นใจผลประกอบการปี2557 ยังมีกำไร ไม่หวั่นแม้ลงทุนทีวีดิจิทัล 2 ช่อง มูลค่า 5 พันล้านบาท หวังชิงส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวี
เนชั่นกรุ๊ปหวังชิงส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวีในช่องข่าว 5-6% ขณะที่ วาไรตี้ 3% ประเมิน 1-2 ปีแรก เป็นเวลาของการลงทุน จากนั้นจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะที่ปรึกษาทางการเงินระบุอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนทีวีดิจิทัล เกือบ 30% ด้านที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ลงมติอนุมัติให้ลงทุนของบริษัท
นายสุทธิชัย หยุ่น ประธานกรรมการเครือเนชั่น (NMG) กล่าวในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2557 ว่า กลุ่มบริษัทเนชั่น ได้ก้าวเข้าสู่ธุรกิจทีวีดิจิทัล และมีความพร้อมที่จะเดินหน้าในการลงทุน ซึ่งใน 1-2 ปีแรก เป็นช่วงของการลงทุน ดังนั้น ภาพรวมผลประกอบการจะเติบโตไม่มาก แต่หลังจากนั้นคาดว่าจะเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะเริ่มเห็นทิศทาง และการตอบรับธุรกิจทีวีดิจิทัลมากขึ้น รวมทั้ง หากพิจารณาเม็ดเงินโฆษณาในสื่อทีวีเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากระดับประมาณ 6.9 หมื่นล้านบาท มีแนวโน้มขยับขึ้นไปถึง 1 แสนล้านบาท ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี
ทั้งนี้ ถ้าแบ่งประเภทเม็ดเงินโฆษณาของสื่อทีวี รายการข่าว จะมีสัดส่วนอยู่ที่ 25% คิดเป็นเงิน 1.7 หมื่นล้านบาท กลุ่มเนชั่น ซึ่งมีช่อง 22 เนชั่นดิจิทัล เป็นช่องรายการข่าว ตั้งเป้าจะชิงส่วนแบ่งเพียง 5-6% คิดเป็น 850 ล้านบาท ถึง 1 พันล้านบาท ขณะที่เม็ดเงินโฆษณารายการวาไรตี้ มีเงินโฆษณาประมาณ 27% คิดเป็น 2.5 หมื่นล้านบาท บริษัท เนชั่น มีช่อง 26 นาว เป็นรายการวาไรตี้ คาดว่าจะชิงส่วนแบ่งตลาดที่ 3% คิดเป็น 760 ล้านบาท ถึง 1 พันล้านบาท หากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ จะช่วยผลักดันให้กลุ่มบริษัทเนชั่น มีการเติบโตได้เป็นอย่างดี
"เราบอกผู้ถือหุ้นว่าเรามีความพร้อมที่จะเข้าไปลงทุนในธุรกิจทีวีดิจิทัล ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอนาคต และได้มีการเตรียมความพร้อมมาก่อนหน้านี้ เมื่อเข้าสู่ธุรกิจจริงจัง การผลักดันให้ธุรกิจเติบโตเป็นเรื่องที่ทำได้ และการตั้งเป้าหมายของกลุ่มเนชั่น ก็ประเมินแบบระมัดระวัง เราหวังว่าจะเป็นสถานีข่าวระดับอินเตอร์พร้อมให้ข้อมูลอย่างทั่วถึง"
ลูกค้าสนใจโฆษณา 'ทีวีดิจิทัล'
นางสาวดวงกมล โชตะนา กรรมการผู้อำนวยการ เครือเนชั่น กล่าวว่า ภาพรวมผลประกอบการในปี 2557 จะยังรักษากำไรไว้ได้ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะชะลอตัว และสถานการณ์ทางการเมืองไม่ชัดเจน บริษัทจะพยายามบริหารควบคุมต้นทุนอย่างเต็มที่ ทำให้มั่นใจความสามารถในการทำกำไรยังรักษาไว้ได้ และคาดว่าจะจ่ายเงินปันผล เพื่อตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้ตามปกติ
ส่วนความคืบหน้าในธุรกิจทีวีดิจิทัลนั้น ปัจจุบันมีลูกค้าที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ พร้อมที่จะให้การสนับสนุนบริษัทหลายราย แสดงให้เห็นว่าลูกค้ามีความมั่นใจ โดยเฉพาะช่องนาว ซึ่งเป็นช่องรายการวาไรตี้ ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ชมที่มีความรู้ และเป็นคนทันสมัย มีความแตกต่างจากช่องอื่นๆ ดังนั้น จึงเป็นจุดเด่นที่ทำให้ลูกค้าพร้อมให้การสนับสนุน
"ภาพรวมของธุรกิจทีวีดิจิทัล เป็นอุตสาหกรรมที่มีอนาคต ขณะที่ธุรกิจสิ่งพิมพ์มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 3% และอาจจะเติบโตแบบคงที่ ทำให้กลุ่มเนชั่น ต้องปรับตัวโดยหันมาเน้นการนำข้อมูลจากสื่อสิ่งพิมพ์ มาใช้ประโยชน์ โดยการต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มต่อไป"
ผู้ถือหุ้นเคาะแผนลงทุน
ทั้งนี้ ในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทเนชั่นฯ พบว่า มีผู้ลงทุนให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก และมีการซักถามกรณีผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจทีวีดิจิทัล รวมถึงแผนงานในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ได้ลงมติอนุมัติในการลงทุนครั้งนี้
ด้าน บริษัท เจดี พาร์ทเนอร์ มีฐานะเป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) ในการให้ความเห็นเกี่ยวกับการลงทุนของบริษัท ได้ชี้แจงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นว่า การลงทุนในธุรกิจทีวีดิจิทัล ของบริษัทเนชั่น จะมีอัตราผลตอบแทนเงินลงทุนในช่องนาว อยู่ในระดับ 29.58% และมีอัตราของระยะเวลาการคุ้มทุนประมาณ 6 ปี 5 เดือน มีมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดสุทธิ 1,485.80 ล้านบาท ส่วนอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในช่อง 22 รายการข่าว อยู่ที่ 25.88% และมีอัตราของระยะเวลาการคุ้มทุนที่ 6 ปี 7 เดือน มีมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดสุทธิ 416.73 ล้านบาท ดังนั้น ที่ปรึกษาอิสระ จึงมีความเห็นว่าเหมาะสมในการลงทุนครั้งนี้
อนึ่ง ในบทสรุปของรายงานความเห็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เกี่ยวกับรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์กรณีการประมูล และได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลของกลุ่มบริษัทเนชั่น นั้น ระบุว่า มีความเหมาะสมในการลงทุน เนื่องจากเป็นการเพิ่มโอกาสให้กลุ่มบริษัทเนชั่น มีรายได้สื่อโทรทัศน์เพิ่มขึ้น เพราะช่องรายการทีวีดิจิทัลมีจำนวนโฆษณาและอัตราค่าโฆษณามากกว่าทีวีดาวเทียม ที่ทำอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นการขยายการลงทุนในกลุ่มบริษัทที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญและข้อได้เปรียบในการแข่งขันอยู่แล้ว ขณะเดียวกันเป็นการสร้างเสถียรภาพการออกอากาศช่องรายการโทรทัศน์ของกลุ่มในระยะยาว ส่งผลให้มีความต่อเนื่องของรายได้ และยังเป็นการสนับสนุนให้กลุ่มบริษัทใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว เช่น บุคลากร เครื่องมือ และเนื้อหาข้อมูลข่าวสารในการแสวงหารายได้อย่างคุ้มค่า
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ ระบุว่า บริษัทเนชั่น รายงานกำไรสุทธิปี 2556 อยู่ที่ 251.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 169.05 ล้านบาท พร้อมทั้งประกาศจ่ายเงินปันผลงวดประกอบการปี 2556 ในอัตราหุ้นละ 0.02 บาท









