วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

QH....แนวโน้มรายได้-กำไรปี57ลดลง

รายได้และกำไรปี 57 มีแนวโน้มลดลงจากยอดโอนคอนโดที่ค่อนข้างเบาบาง

รายได้จากการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ปี 57 คาดว่าจะลดลง 8.2%YoY จากคาดการณ์ยอดจองคอนโดลดลง เนื่องจากกำหนดแล้วเสร็จการก่อสร้างโครงการดูเบาบางลง จึงคาดจะส่งผลให้กำไรปกติปี 57 ร่วงลงเป็นเพียง 2.9 พันล้านบาท (-8.5%) ทั้งนี้ เราคาดว่ายอดจองคอนโดจะร่วงลงไปอยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท ในปี 57 (-34.0%) ก่อนจะดีดตัวขึ้นเป็น 5.2 พันล้านบาท ในปี 58 (+21.1%) อนึ่ง ประมาณการยอดโอนคอนโดในปีดังกล่าวมี backlog รองรับแล้ว 100.8% และ 81.3% ตามลำดับ

...แต่จะฟื้นตัวแข็งแกร่งในปี 58

ในปี 58 เราคาดยอดโอนคอนโดเพิ่มขึ้น 21.1% หนุนให้รายได้รวมโต 8.4% เป็น 19.7 พันล้านบาท จากปัจจัยดังกล่าว ประกอบกับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง และส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วม 1.2 พันล้านบาท (+14.6%) คาดจะส่งผลทำให้กำไรปกติปี 58 เพิ่มขึ้น 17.2% เป็น 3.4 พันล้านบาท

คาดบริษัทร่วมจะยังเป็นส่วนสนับสนุนกำไรปกติที่สำคัญ

นอกจากการดำเนินธุรกิจพัฒนาที่พักอาศัยแล้ว QH ยังมีการลงทุนในบริษัทอื่นๆ และสินทรัพย์เช่า ได้แก่ HMPRO (สัดส่วน 19.77%), LHBANK (21.43%), QHPF (25.66%) และ QHHR (31.33%) ในปี 56 QH ได้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมคิดเป็น 29.9% ของกำไรปกติ และส่วนแบ่งดังกล่าวมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 37% - 38% ในปี 57 และ 58 (หลักๆ มาจากกำไรของ HMPRO) การลงทุนเหล่านี้ ไม่เพียงมีความสำคัญต่อการสนับสนุนฐานกำไรปกติของบริษัท แต่อาจสร้างผลกำไรในอนาคต หากบริษัทพิจารณาลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว

เห็นแนวโน้มเชิงบวกมากกว่าลบ

ประมาณการรายได้ในปี 57 ที่เราทำไว้ถือเป็นช่วงกรอบล่าง และรายได้อาจขยับใกล้เป้าหมายของบริษัทมากขึ้น โดยบริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 21.4 พันล้านบาท (+8.6%) ซึ่งจะขึ้นอยู่กับว่าการเมืองจะส่งผลกระทบต่อยอดจองยาวนานแค่ไหน นอกจากนี้ เรายังไม่รวมแผนการขายโรงแรม เซ็นเตอร์ พอยด์ สีลม (มูลค่า 500 - 550 ล้านบาท) ให้กับกองทุน QHHR ซึ่งบริษัทได้จะรับรู้กำไรจากการขายประมาณ 52 - 86 ล้านบาท

แนะนำ ซื้อ จาก มูลค่าสินทรัพย์ที่ซ่อนอยู่และแนวโน้มเชิงบวกต่อกำไร

เราแนะนำ ซื้อ QH ด้วยราคาเป้าหมาย 3.74 บาท โดยพิจารณามูลค่าธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และมูลค่าเหมาะสมคิดลดจากการลงทุนในบริษัทร่วม (HMPRO, LHBANK และกองทุนอสังหาริมทรัพย์สองกอง) ประกอบกัน หากพิจารณามูลค่าตลาดของพอร์ตลงทุนที่ 2.42 หมื่นล้านบาท (ณ 25 มี.ค. 57) คิดเป็น 88.9% ของมูลค่าตลาดของ QH สะท้อนว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยของ QH มีการซื้อขายอยู่ที่ระดับ PER ปี 57 เพียง 1.7 เท่า ดังนั้น แม้แนวโน้มกำไรในปี 57 ดูไม่สดใสนัก แต่ต้องถือว่า ราคาหุ้นถูก discount มากเกินไป