เติบโตได้ภายใต้เศรษฐกิจชะลอตัว
Downside Risk ต่ำ มีโอกาสปรับประมาณการเพิ่ม
เราประเมินมูลค่าหุ้น SUTHA บนหลักระมัดระวังโดยพิจารณาความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ จากวิธี PE Multiple ที่ 12 เท่า (ส่วนลด PER จากค่าเฉลี่ยกลุ่มปิโตรเคมีถึง 12%) ได้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 4.44 บาท สูงกว่าราคา IPO กว่า 20% เราเชื่อว่ามูลค่าเหมาะสมมีโอกาสปรับเพิ่มหากกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกสูงกว่าคาด เนื่องจาก SUTHA มีจุดแข็งจากความหลากหลายของกลุ่มลูกค้าที่อาจทำให้รายได้อาจจะเติบโตมากกว่าที่เราคาดไว้เพียง 5% YoY และการปรับเพิ่มสัดส่วนยอดขายในต่างประเทศสูงกว่าที่เราคาด
กระจายความเสี่ยงที่ดี ทำให้ได้รับผลกระทบไม่มากจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
เศรษฐกิจในประเทศปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 1.1% เป็นปัจจัยลบต่อยอดขายปูนขาวของ SUTHA ที่มีลูกค้าในประเทศกว่า 90% ซึ่งส่วนใหญ่ทำธุรกิจเหล็กที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการลงทุนที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม เราพบว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา SUTHA ลดการพึงพารายได้จากลูกค้ากลุ่มเหล็กลงจาก 48% ในปี 2554 เป็น 37% ในปี 2555 และเหลือ 29% ในปี 2556 และหันไปเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจน้ำตาลและกระดาษเพิ่มที่มีการเติบโตดี (ปี 2556 มีสัดส่วนรายได้รวม 30%) ทำให้เราเชื่อว่าแม้จะมีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจเพิ่มแต่ประมาณการยอดขายที่ 892 ล้านบาทน่าจะเป็นไปได้
ต้นทุนทางการเงินลดหลังเพิ่มทุนไปชำระหนี้
SUTHA จะนำเงินการขายหุ้น IPO กว่า 54% ไปชำระคืนเงินกู้ ซึ่งจะทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายในปี 2557 ลดลง 43% YoY ส่วนเงินทุนที่เหลือ บริษัทจะนำไปลงทุนสร้างโรงบดใหม่และซื้อเครื่องบดแคลเซียมออกไซด์เพิ่ม 2 เครื่อง (แคลเซียมออกไซด์บดเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตปูนไฮเตรด) ทำให้กำลังการผลิตปูนไฮเตรดเพิ่มอีก 50% เป็น 91,900 ตันต่อปี ซึ่งจะเริ่มทยอยรับรู้ตั้งแต่ 2H57 – 2558 เป็นต้นไป ทำให้เราคาดว่าอัตราการเติบโตของรายได้ในปี 2558 จะโตสูงขึ้นเป็น 12% YoY
คาดกำไรสุทธิปี 2557 เติบโต 10% YoY
เราคาดว่าในปี 2557 SUTHA จะมีกำไรสุทธิเติบโต 10% YoY เป็น 111 ล้านบาท จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับเพิ่มเป็น 40% จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงรวมทั้งภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง เราประเมินว่าความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อประมาณการมีเพียงความเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่อาจจะอ่อนค่าไปจากสมมติฐานค่าเฉลี่ยที่ 33.88 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากการประเมินแบบจำลองความอ่อนไหวของค่าเงินบาทที่มีต่ออัตรากำไรขั้นต้นในปี 2557 เราพบว่าค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทุกๆ 1 บาท จะกระทบอัตรากำไรขั้นต้นของ SUTHA ราว 0.5%









