ยอดขายโต YoY สูงสุดในกลุ่ม
การเมืองไม่กระทบยอดขายไตรมาสแรก
SPALI รายงานยอดขายเดือน มี.ค.ที่ 2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 114% MoM จากยอดขายที่ดีเกินคาดจากโครงการ Supalai Loft –แจ้งวัฒนะ (มูลค่า 700 ล้านบาท) ซึ่งเลื่อนขึ้นมาเปิดตัวเร็วขึ้น 2Q57 ด้วยทำเลของโครงการที่ใกล้รถไฟฟ้า ทำให้สามารถทำยอดขายสูงถึง 70% จากมูลค่าโครงการรวม 1.1 พันล้านบาท ซึ่งทำได้ดีเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการในกลุ่มบางรายทีมียอดขายเพียง 20 – 30% ประกอบกับยอดขายแนวราบที่ฟื้นตัว ทำให้ SPALI มียอดขาย (Presale) ใน 1Q57 ราว 3.8 พันล้านบาท เติบโต 5% YoY แต่จะลดลง QoQ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติจากการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ช่วงปลายปี
กำไร 1Q57 เติบโตเล็กน้อยเทียบรายปี
เราคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์จากแนวราบและคอนโดมีเนียมในสัดส่วน 50 : 50 สำหรับสินค้าคอนโดมีเนียมจะมาจากโครงการ SPALI Premier –ราชเทวี มูลค่าโครงการรวม1.8 พันล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นสามารถทรงตัวในระดับ 40% ซึ่ง SPALI จะมีกำไรสุทธิ 490 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ราว2%YoY ขณะที่เมื่อเทียบกับรายไตรมาส ผลประกอบการจะอ่อนตัวลงเนื่องจากการรับรู้รายได้ของสินค้าคอนโดมีเนียมที่น้อยกว่า
ผลประกอบการจะเติบโตเด่นใน 2H57
เรายังคงเชื่อว่ากำไรสุทธิปี 2557 ที่คาดไว้ที่ 3.8 พันล้านบาท ยังมีความเป็นไปได้ โดยจะเห็นกำไรในช่วงครึ่งปีหลังจะโตเด่นกว่าครึ่งปีแรก จากแผนการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการคอนโดมีเนียมอีก 7 แห่ง มูลค่าสูงราว 3 พันล้านบาท ได้แก่ โครงการ Supalai River Resort และ โครงการ Supalai Premier Asoke ปัจจุบัน SPALI มีมูลค่างานในมือที่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ภายในปี 2557 ราว 1.6 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับประมาณการรายได้ทั้งปีที่ 1.7 หมื่นล้านบาทมีสัดส่วนสูงถึง 90%
จุดเด่นจากงานในมือสูง
นับตั้งแต่ต้นปี 2557 ราคาหุ้นปรับขึ้นมาแล้ว 28% เด่นกว่ากลุ่มฯ แต่เรายังมองว่า SPALI ยังน่าสนใจแม้การเมืองไม่สงบแต่ยอดขายยังคงทำได้ในระดับที่ดีกว่าค่าเฉลี่ย นอกจากนี้ SPALI เป็นบริษัทที่มีโอกาสรับผลกระทบน้อยสุดเนื่องจากมีงานในมือที่สูงถึง 4.3 หมื่นล้านบาท สามารถรองรับรายได้ช่วง 2 ปีนี้ได้ถึง 80 – 90% ของประมาณการ รวมถึงการวางแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ค่อนข้างประสบผลสำเร็จ จากสินค้าคอนโดมีเนียมที่เปิดตัวใหม่สร้างยอดขายได้กว่า 70% สวนทางกับตลาดที่ซบเซา ถือเป็นจุดเด่นที่ทำได้แตกต่างจากลุ่มผู้ประกอบการเดียวกัน เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสมที่ 22.40 บาท (อิง PE Multiple 10 เท่า)









