วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บีโอไอ'ยื่นซ้ำกฤษฎีกา ตั้งบอร์ดสางลงทุน5แสนล.

"บีโอไอ"ผ่าทางตันตั้งบอร์ดบีโอไอ สางลงทุนต่างชาติกว่า 5 แสนล้านบาท ส่งกฤษฎีกาตีความรอบ 2 ระบุไม่กระทบโครงการอีโคคาร์2

นายอุดม วงศ์วิวัฒนไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้ยื่นข้อหารือไปยังสำนักงานกฤษฎีกาอีกรอบ เกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) บีไอไอชุดใหม่ เพื่อมาแทนชุดเดิมที่หมดวาระลงตั้งแต่สิ้นเดือนต.ค. 2556 หลังจากที่ได้มีการหารือไปรอบแรกใน 4 ประเด็น โดยมีการตอบกลับมาเพียงประเด็นแรก เนื่องจากครม.ให้ถามเพื่อความชัดเจน

โดยในขณะนี้นักลงทุนติดตามความชัดเจนเกี่ยวกับการตั้งบอร์ดบีโอไอ รวมถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศ โดยตอนนี้มียอดขอรับการส่งเสริมฯที่รอบอร์ดชุดใหม่มาอนุมัติมากกว่า 5 แสนล้านบาท

สำหรับประเด็นที่บีโอไอขอหารือไปยังสำนักงานกฤษฎีกาแล้วมีการตอบกลับมา คือ ประเด็นว่าในช่วงที่ยังไม่มีคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่ คณะกรรมการชุดเดิม จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 ต่อไปได้หรือไม่ คณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่า บทบัญญัติมาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 ได้กำหนดให้กรรมการส่งเสริมการลงทุนอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี เมื่อครบวาระแล้ว ย่อมพ้นจากตำแหน่งโดยผลของกฎหมาย

ส่วนประเด็นที่ไม่ได้ตอบโดยกฤษฎีกาให้ความเห็นว่า การพิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นการให้ความเห็นทางกฎหมายแก่หน่วยงานของรัฐ หรือตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีหรือมติของครม. เพื่อเป็นแนวทาง ให้หน่วยงานของรัฐนำไปปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ได้โดยถูกต้อง แต่โดยข้อที่บีโอไอหารือมาที่เหลืออีก 3 ประเด็น เป็นข้อหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี จึงไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่จะรับไว้พิจารณาวินิจฉัยได้

โดยกรณีที่มีการขอหารือที่มีการถามกลับไปยังกฤษฎีกาอีกคือ 1. กรณีคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนชุดเดิมซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ก่อนการยุบสภาผู้แทนราษฎร หากนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการจะแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่ จะขัดต่อมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2556 หรือไม่

2.หากนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่แล้ว การอนุมัติโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการต่าง ๆ ตามประเภทที่มีประกาศให้การส่งเสริมการลงทุน ถือเป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐ เพื่อกระทำการใดไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ และ 3. ในการพิจารณาอนุมัติโครงการที่ขอรับการส่งเสริมซึ่งเป็นไปตามนโยบาย ก่อนการยุบสภาผู้แทนราษฎร จะถือว่ามีผลผูกพันต่อครม.ชุดต่อไปหรือไม่

ส่วนการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์ระยะ 2) นั้น มีความมั่นใจว่าบริษัทรถยนต์ที่ลงทุนอีโคคาร์ 1 ได้แก่ มาสด้า มิตซูบิชิ ฮอนด้า ซูซูกิ และโตโยต้า ได้ยื่นขอส่งเสริมลงทุนทั้งหมด และมีบริษัทรถยนต์อื่นขอลงทุนด้วย ซึ่งการตอบของกฤษฎีกาล่าสุดเชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นลงทุนอีโคคาร์2 เพราะกำหนดให้ผลิตไม่เกินปี 2562 และโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่จะเริ่มใช้ปี 2558