อาร์เอสเตรียมยืนยันผังรายการทีวีดิจิทัลให้ กสทช. วันนี้ มั่นใจออนแอร์ได้ 25 เม.ย. พร้อมเดินหน้าขายกล่องบอลโลกในเดือนนี้
นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS กล่าวว่า วันนี้บริษัทจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ยืนยันผังรายการเดิมไปยัง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. หลังจากเมื่อวานนี้ (31 มี.ค.) กสทช.ยังไม่ได้ออกใบอนุญาตทีวีดิจิทัลให้กับบริษัทเพียงรายเดียว เนื่องจากยังติดใจในประเด็นของผังรายการช่อง 8 ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย ที่ยังมีคดีเกี่ยวกับกฎมัสต์แฮฟ แต่วานนี้ศาลปกครองกลางได้ตัดสินให้ RS ชนะคดีดังกล่าว ทำให้ RS สามารถถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกทางช่องฟรีทีวีเพียง 22 นัดได้ตามแผนเดิม ดังนั้นจึงมั่นใจว่าเมื่อยืนยันผังรายการไปแล้วไม่น่ามีปัญหาอะไร และในวันที่ 25 เม.ย.นี้ RS จะออนแอร์ทีวีดิจิทัลได้
" กรณีที่ RS ยังไม่ได้ไลเซ่นส์ทีวีดิจิทัลเพียงรายเดียวไม่มีอะไรมากเป็นเรื่องที่พูดกันไปเอง โดยวานนี้กสทช.ติดใจเพียงแค่เรื่องผังรายการของช่อง 8 เท่านั้น เขาเพียงแต่ถามกลับมาว่าเราจะยืนยันตามผังเดิมที่ยื่นไปไหม ถ้าเรายืนยันได้เขาก็ไม่ติดใจอะไร ซึ่งวันนี้จะยืนยันผังรายการกลับไปยังกสทช. ในผังรายการเดิมของทีวีดิจิทัลหรือช่อง 8 นั้น จะมีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกด้วย" นายสุรชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ศาลปกครองกลางสั่งระงับอำนาจคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ในการออกกฎมัสต์แฮฟกับ RS จะทำให้ RS สามารถเดินหน้าได้ตามแผนธุรกิจเดิม คือ การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านฟรีทีวี 22 นัด แต่ถ้าจะดูครบทั้ง 64 นัดจะต้องซื้อกล่องบอลโลกกับ RS ซึ่งเป็นกล่องทีวีดาวเทียมที่รองรับกับจานดาวเทียมทุกชนิด ดังนั้นจึงคาดว่าจะเดินหน้าขายกล่องได้ภายในเดือนนี้ และมั่นใจว่าจะมีรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกตามเป้าหมายที่วางไว้ 650 ล้านบาท
"หลังจากนี้เราจะปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลนั่นคือเราสามารถที่จะดำเนินการได้ตามแผนเดิม คือ ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกทางฟรีทีวี 22 นัด ทั้งทางช่อง 7 และช่อง 8 แต่จะดูเต็ม 64 นัดสามารถซื้อกล่องบอลโลกเพิ่มเติมได้ แม้ว่าหลังจากที่ศาลตัดสินแล้วทางกสทช.จะเดินหน้าอุทธรณ์ต่อศาลปกครองชั้นสูงสุดก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปว่ากันในศาลชั้นอุทธรณ์ แต่ระหว่างนี้เราจะเดินหน้าตามแผนงานเดิมทุกอย่าง" นายสุรชัย กล่าว
ส่วนกรณี RS ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกฎมัสต์แฮฟนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่บริษัทฯได้ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมาก่อนแล้ว จึงมีประกาศมัสต์แฮฟตามมาทีหลัง แต่เชื่อว่าในอนาคตเมื่อมีการประมูลฟุตบอลโลกหากมีการชี้แจงเรื่องกฎมัสต์แฮฟให้ผู้ประกอบการเข้าใจและทราบล่วงหน้า เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นเหมือนอย่างที่ RS เผชิญ
"กฎมัสต์แฮฟจะมีกีฬากี่ประเภท มองว่าอย่างน้อยน่าจะเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการรู้อยู่ก่อน ดังนั้นทุกคนจะไม่มีข้ออ้างเพราะรู้ถึงปัจจัยและเงื่อนไข แต่กรณีของ RS คือ กฎมัสต์แฮฟมาบังคับใช้ย้อนหลัง แต่เราได้ลิขสิทธิ์ก่อนประกาศใช้มัสต์แฮฟ ดังนั้นอนาคตทุกคนจะรับทราบเงื่อนไขนี้ก่อนเข้าประมูลก็เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไร" นายสุรชัย กล่าว









