ศาลตัดสิน เพิกถอน ประกาศ Must Have บอลโลก 2014
ประเด็น
- บ่ายวานนี้ (31 มี.ค.) ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอนประกาศ กสทช. เกี่ยวกับหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป (Must Have) และมิให้นำประกาศดังกล่าวมาใช้กับการเผยแพร่การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย เนื่องด้วยเป็นเหตุให้ บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ ผู้ฟ้องร้องคดีได้รับความเสียหาย
ผลกระทบและความเห็น
- RS เดินหน้าตามแผนเดิมต่อได้ โดยจะถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ผ่านฟรีทีวีช่อง 7 และช่อง 8 รวม 22 นัด จากทั้งหมด 64 นัด ซึ่งส่วนที่เหลือจะสามารถรับชมผ่านกล่องบอลโลก (ที่ RS กำลังจะทำการตลาด) หรือรับชมผ่านกล่อง PSI HD O2 ในระบบ HD ครบทั้ง 64 นัด โดย RS ตั้งเป้ารายได้บอลโลกปี 2014 ไว้ที่ 650 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2010 ราว 100 ล้านบาท จากการหารายได้จากช่องทางอื่นเพิ่มนอกเหนือจากการขายสปอนเซอร์โฆษณา
- แต่คดียังไม่สิ้นสุด กสทช. เตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด และอาจมีการยื่นขอคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งถ้าศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจะทำให้ RS ไม่สามารถทำการตลาดกล่องบอลโลกได้ จะยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป และ กสทช. ยังมีไม้เด็ดในการต่อรองคือการพิจารณาออกใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ที่ปัจจุบันเหลือ RS เพียงรายเดียวที่บอร์ด กสท. ยังไม่อนุมัติใบอนุญาต
- ชนะ หรือ แพ้ ไม่มีนัยยะต่อประมาณการ เนื่องจากกำไรที่จะเพิ่มขึ้น (หรือไม่มีกำไร) จากการขายกล่องบอลโลกคงไม่ทำให้กำไรจากการบริหารลิขสิทธิ์บอลโลกแตกต่างจากที่เราคาดที่ 100 ล้านบาทมากนัก เนื่องจากรายได้หลักของการบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก (~80%) อยู่ที่การขายสปอนเซอร์โฆษณา
คำแนะนำและเหตุผล
- ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นสะท้อน ระวังแรงขายทำกำไร วานนี้ราคาหุ้น RS เพิ่มขึ้น 4-5% ตลอดทั้งวันจากการเก็งกำไรประเด็นดังกล่าว และมาปิดตลาดที่ 8.65 บาท ใกล้เคียงกับระดับช่วงก่อนที่จะถูกกดดันจากประเด็น กสทช. ส่งจดหมายห้าม RS ขายกล่องบอลโลกแล้ว (17 มี.ค. @ 8.75 บาท) ดังนั้นระยะสั้นเราแนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังแรงขายทำกำไร (Sell on Fact) หลังเกิดความชัดเจนในเรื่องการฟ้องร้อง สำหรับการลงทุน ระยะยาว เรายังมองว่า RS เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม Media จากประเด็นการได้รับผลกระทบจากการลงทุนทีวีดิจิทัลน้อยที่สุดในกลุ่มฯ









