วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หั่นจีดีพี-กำไรบจ.ฉุดดัชนีไตรมาส2

โบรกเกอร์คาดตลาดหุ้นไทยไตรมาส 2 ดิ่ง มีความเสี่ยงเศรษฐกิจประเทศและกำไรบริษัทจดทะเบียนถูกหั่นอีกรอบ โดยเฉพาะกลุ่มที่อิงตลาดในประเทศ

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยไตรมาสแรกปีนี้ ดัชนีปิดตลาดที่ 1,376.26 จุด เพิ่มขึ้น 77.55 จุด หรือ 5.97 % จากช่วงสิ้นปี 2556 ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (วอลุ่ม) อยู่ที่ระดับ 3 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปี 2556 ที่มีวอลุ่มการซื้อขายเฉลี่ยที่ 4.8 หมื่นล้านบาท

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส บล.เคทีซีมิโก้ เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 1 ปีนี้ ดัชนีปรับขึ้นจากระดับ 1,200 จุด มาอยู่ที่ 1,376 จุด จากแรงซื้อในประเทศที่มองว่าการเมืองเริ่มผ่อนคลายในทางที่ดีขึ้น ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นมากขึ้น ประกอบกับมีการซื้อหุ้นเพื่อเก็งกำไรเงินปันผล ทำให้ดัชนีปรับขึ้นได้

สำหรับแนวโน้มในช่วงไตรมาส 2 นั้น มีความเสี่ยงจากปัจจัยภายในประเทศกดดันดัชนี ทั้งปัญหาทางการเมืองที่ยังไร้ทางออก ความเสี่ยงจากการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) อีกรอบ ซึ่งคงจะมีการทยอยปรับลดหลังจากเห็นสัญญาณผลประกอบการในช่วงไตรมาส 1 โดยหุ้นในกลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศ และรัฐบาล ทั้งกลุ่มธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ รับเหมาและก่อสร้าง มีแนวโน้มจะถูกปรับลดประมาณการ ส่วนหุ้นกลุ่มส่งออก และอิเล็กทรอนิกส์ มีแนวโน้มจะถูกปรับขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ในส่วนของบริษัท ได้ปรับลดอัตราการเติบโตของบจ.จาก 14.6 % เหลือ 10% และปรับลดคาดการณ์ดัชนีปีนี้ลงจากระดับ 1,460 จุด มาอยู่ที่ 1,400 จุด เฉพาะในช่วงไตรมาส 2 มองว่าดัชนีแกว่งตัวที่ระดับ 1,250-1,300 จุด ส่วนผลกระทบจากการขึ้นเครื่องหมายไม่ได้สิทธ์รับเงินปันผล (XD) คาดว่าจะกดดันตลาดเฉพาะในช่วงเดือนเม.ย.นี้ประมาณ 11.45 จุด เท่านั้น

“ตามปกติในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. จะเป็นช่วงที่เงินทุนต่างชาติไหลออก เพื่อปรับพอร์ตการลงทุน ในปีนี้ต้องติดตามดูว่าสหรัฐจะมีการขึ้นดอกเบี้ยเร็วแค่ไหน หากปรับขึ้นเร็ว ก็เป็นตัวเร่งให้เม็ดเงินไหลออก อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยออกไปแล้วจำนวนมาก ทำให้เม็ดเงินคงไม่ไหลออกมาก และหากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย หรือมีทางออก ก็จะทำให้หุ้นไทยฟื้นตัวเร็ว ปรับขึ้นเกินกว่าเป้าหมายแน่นอน”

บล.โนมูระ พัฒนสิน วิเคราะห์ว่า ทางโนมูระ ได้ปรับลดผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี2557 ของไทยลงเป็นครั้งที่ 2 จาก 3% เหลือ 2.4% ทำให้บริษัทต้องปรับลดอัตรากำไรต่อหุ้นปีนี้เหลือ 101.66 บาทต่อหุ้น และลดเป้าดัชนีตลาดหุ้นไทยเหลือ 1,474 จุด ที่ระดับราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ที่ระดับ 14.5 เท่า โดยคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ดัชนียังไต่ระดับขึ้นต่อเนื่อง เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,300-1,437 จุด

สำหรับกลยุทธ์ลงทุนค่อนข้างให้น้ำหนักกับหุ้นที่อิงเศรษฐกิจในประเทศ มากกว่าหุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจโลก เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ภายใต้สถานการณ์ทางการเมืองที่กดดัน ทำให้หุ้นที่อิงเศรษฐกิจในประเทศ ถูกนักลงทุนต่างชาติและไทยขายเพื่อลดความเสี่ยงออกมามากที่สุด ทำให้ราคาต่ำกว่าหุ้นที่อิงเศรษฐกิจต่างประเทศค่อนข้างมาก

ประกอบกับมุมมองของโนมูระ คาดว่า ปัญหาทางการเมืองภายในประเทศอาจจะมีการแก้ไข ผ่านองค์กรอิสระที่จะเข้ามาตัดสินในคดีต่างๆ หรือเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย โดยเฉพาะหากมองที่ประเด็นคดีความของนายกรัฐมนตรีที่ถาโถมเข้ามา