พาณิชย์เผยยอดขอจดทะเบียนธุรกิจใหม่เดือน ก.พ. ลดลงทั้งจำนวนและทุนจดทะเบียน หลังการเมืองยืดเยื้อ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือนกุมภาพันธ์ 2557 ผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทจัดตั้งใหม่ทั่วประเทศจำนวน 4,854 ราย ลดลง 463 ราย คิดเป็นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2557 ซึ่งมีจำนวน 5,317 ราย และลดลง 882 รายคิดเป็นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งมีจำนวน 5,736 ราย สำหรับนิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกทั่วประเทศในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 มีจำนวน 644 ราย
สำหรับทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เดือนกุมภาพันธ์ 2557 มีจำนวนทั้งสิ้น 18,532 ล้านบาท ลดลงจำนวน 11,108 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 37 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2557 ซึ่งมีจำนวน 29,640 ล้านบาท และลดลงจำนวน 17,233 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 48 เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งมีจำนวน 35,585 ล้านบาท โดยธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย 408 ราย อสังหาริมทรัพย์เพื่อพักอาศัย 208 ราย ขายส่งเครื่องจักร 130 ราย ก่อสร้างอาคารไม่ใช่ที่พักอาศัย 125 ราย และภัตตาคารร้านอาหาร 119 รายตามลำดับ โดยปัจจุบัน ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 มีห้างหุ้นส่วนบริษัทจำกัดดำเนินกิจการอยู่ทั่วประเทศจำนวน 557,998 ราย มีทุนจดทะเบียนรวมทั้งสิ้น 10.76 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นบริษัทจำกัด 386,662ราย บริษัทมหาชนจำกัด 1,045 ราย และห้างหุ้นส่วนจำกัด/ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 173,291 ราย
ทั้งนี้ เดือนกุมภาพันธ์ 2557 มีจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งลดลงเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่ปรับลดลง เช่น ดัชนีอุปโภคบริโภค การลงทุนภาคเอกชน และดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ โดยการชุมนุมทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมาเริ่มส่งผลกระทบต่อการจดทะเบียน สำหรับสถิติการจดทะเบียนในเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2557 มีจำนวนรวม 10,171 ราย ลดลง 2,867 ราย คิดเป็นร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556
อย่างไรก็ตาม จากการคาดการณ์ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2557 จะอยู่ในช่วงร้อยละ 3-4 ซึ่งสูงกว่าร้อยละ 2.9 ของปี 2556 อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ การส่งออกที่คาดว่า จะดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐในส่วนที่ได้มีการผูกพันไว้แล้วการมีรัฐบาลชุดใหม่ที่จะขับเคลื่อนนโยบายและโครงการต่าง ๆ การลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มขยายตัว และสถานการณ์ทางการเมืองที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ และการจดทะเบียนธุรกิจโดยรวม








