ถือเงินสดเพิ่มเป็น 60% ของพอร์ต โดยมีจุดพิจารณาซื้อเล่นรอบใหญ่ ที่แนวรับหลัก 1322/1293 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ รีบาวด์ในกรอบจำกัด จากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยลบคือ ดอลล์สหรัฐฯที่กลับมาแข็งค่าเทียบสกุลหลัก และแนวโน้มการปรับลดเป้าหมาย GDP และผลกำไรบจ. ไทย(Currency and Earnings Risks) แนะทยอยขาย ถือเงินสดเพิ่ม
คาดดัชนีฯ วันนี้ รีบาวด์ ในกรอบจำกัด แนวรับ 1345/1338 จุด แนวต้าน 1360/1368 จุด แม้จะมีข่าวบวกลุ้นจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เร็วๆนี้ และการทำ Window dressing แต่เราคงคำแนะนำ ทยอยขายทำกำไร (ถือเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 60%ของพอร์ต) และชะลอการเก็งกำไรหากหลุดแนวรับ 1345 จุด จากการเมืองในประเทศที่ส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจมากขึ้น และความเสี่ยงไทยถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ และระดับดัชนีฯปัจจุบันเริ่มมี Upside จำกัด (ดัชนีฯเป้าหมายปีนี้คาดลดลงมาที่ 1401 จุดจากเดิม 1460 จุด อิง GDP ไทยปีนี้มีความเสี่ยงปรับลดลงมาที่ 2.7% จากเดิม 3.4%) ขณะที่ปัจจัยภายนอกคาดสกุล USD จะกลับมาแข็งค่ารอบใหม่เทียบสกุลหลัก อิง ECB meeting สัปดาห์หน้าอาจลดอัตราดอกเบี้ยฯเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีขึ้นหลังสิ้นสุดหน้าหนาว
ปัจจัยต่างประเทศ ข่าวบวกต่อตลาดหุ้นโลก คือ เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น Conference Board เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ มี.ค. เพิ่มขึ้นสู่ 82.3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ ม.ค. 2008 จาก 78.3 ในเดือน ก.พ. และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 9.6% สู่ 468,000 ยูนิต ในเดือน ก.พ. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2008 และความตึงเครียดยูเครน ลดลง หลังมีสัญญาณว่า รัสเซียอาจไม่มีการรุกรานดินแดนเพิ่มในยูเครน และรอลุ้นทางการจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ปัจจัยในประเทศ รอฟังท่าที กกต. รัฐบาลและพรรคการเมืองหารือเรื่องการเลือกตั้งใหม่ ว่าจะให้มีการออกพ.ร.ฎ. เลือกตั้งใหม่ใน 60 วันหรือมีแนวทางอื่นที่จะตกลงกัน และประเด็นสำคัญ คือ ท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ ด้านประธานกกต. คาดใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือนในการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่









