วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดัชนีศก.ชี้ชะลอ ไตรมาสแรกจ่อต่ำ0.6%

สศช.รายงานภาวะเศรษฐกิจในเดือนม.ค. ต่อ ครม. ส่งสัญญาณชี้ให้เห็นว่าชะลอตัวหลายด้าน อาจทำให้ไตรมาสแรกโตต่ำกว่า6%

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานภาวะเศรษฐกิจในเดือนม.ค. 2557 ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งสัญญาณชี้ให้เห็นว่าชะลอตัวหลายด้าน อาจทำให้ไตรมาสแรกโตต่ำกว่า 6% มีรายละเอียดดังนี้

ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา โดยภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในเดือนม.ค. ของปีนี้ยังคงมีข้อจำกัดในการขยายตัวทั้งในด้านอุปสงค์ภายในประเทศและการส่งออก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวได้ต่ำกว่าไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 ที่เศรษฐกิจขยายตัวได้ 0.6%

เศรษฐกิจไทยในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนพบว่าเครื่องชี้เศรษฐกิจของไทยส่วนใหญ่ยังคงปรับตัวลดลง

ด้านอุปสงค์ การใช้จ่ายภาคครัวเรือน การลงทุนภาคเอกชนที่หดตัว เนื่องจากฐานที่สูงและผลกระทบจากเงื่อนไขทางการเมือง ในขณะที่มูลค่าการส่งออกยังคงหดตัวใกล้เคียงกับช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 ตามการหดตัวของมูลค่าการส่งออกรถยนต์ ข้าว ยาง วัสดุก่อสร้าง กุ้ง และผลิตภัณฑ์ยาง

แต่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ เริ่มมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การเบิกจ่ายภาครัฐยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ด้านดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมลดลงเช่นเดียวกัน โดยในเดือนม.ค. อยู่ที่ระดับ 61.4 ลดลงต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ปีที่แล้ว แต่ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ กระเตื้องขึ้นเล็กน้อย อยู่ที่ระดับ 45.4 เพิ่มจากระดับ 45.0 ในเดือนธ.ค. 2556

การลงทุนภาคเอกชน ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยสาเหตุหลักมาจากการลดลงของการนำเข้าสินค้าทุน ในเดือนม.ค. ลดลง 7.9% ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ลดลง 35.9% และปริมาณการจำหน่ายปูนซีเมนต์ ลดลง 1.1%

เช่นเดียวกับ ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจที่ปรับลดลง ต่ำกว่าระดับ 50 เป็นเดือนที่ 7 ขณะที่การลงทุนใหม่มีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากนักลงทุนรอความชัดเจนของนโยบายการส่งเสริมการลงทุนใหม่ รวมทั้งรอความชัดเจนในเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่เพื่ออนุมัติโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่ค้างการพิจารณาประมาณ 500,000 ล้านบาท

การบริโภคภาคเอกชน ในเดือนม.ค. 2557 ดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ลดลง 1.5% โดยมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2556 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่ง ลดลง 59.7% ปริมาณการจำหน่ายเบียร์ ลดลง 24.8% และอุณหภูมิที่ต่ำกว่าปกติ ส่งผลให้ปริมาณการใช้กระแสไฟฟ้าปรับตัวลดลง 7.0%

อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม กลับเพิ่มขึ้น 2.6% และการจำหน่ายรถจักรยานยนต์เริ่มกลับมาขยายตัวได้ 4.6% หลังจากกดตัวในช่วงครึ่งปีหลังปี 2556

ด้านอุปทาน ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมลดลง 7.4% ตามการลดลงของการผลิตรถยนต์ อาหาร และ เครื่องดื่ม สิ่งทอ เครื่องแต่งกายและปิโตรเลียม โดยภาคอุตสาหกรรมมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 61.1% เทียบกับ 60.0% ในเดือนธ.ค. 2556

อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาผลผลิตสินค้าเกษตร เพิ่มขึ้น 3.2% ตามผลผลิตข้าวนาปี มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ยางพารา ปศุสัตว์ และ กุ้ง ซึ่งขยายตัวครั้งแรกในรอบ 25 เดือน

เมื่อรวมกับการเพิ่มขึ้นของสินค้าเกษตรสำคัญ โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน สินค้าปศุสัตว์และกุ้ง ส่งผลให้รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น

แต่จำนวนนักท่องเที่ยวชะลอตัวต่อเนื่องในเดือนม.ค. ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในเดือนก.พ. หลังจากที่เคยมีบทบาทสำคัญในปี 2556

ข้อมูลล่าสุดในวันที่ 1- 5 มี.ค. ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวยังคงหดตัวต่อเนื่องโดยลดลง 8.45% โดยขณะนี้ยังคงมีอีกหลายประเทศที่ยังคงคำเตือนระดับความเสี่ยงในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมทั้งพบว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยผ่านสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองลดลง แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานในภูมิภาคขยายตัวสูงโดยเฉพาะที่เกาะสมุย เชียงใหม่ กระบี่ และ ภูเก็ต เพิ่มขึ้น

สศช. ระบุว่า ปัญหาการหดตัวของภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทย จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในภาคการท่องเที่ยว และมีผลต่อการจ้างงานในภาคดังกล่าว ซึ่งตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 ซึ่งเริ่มมีการชุมนุมประท้วงและสถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มรุนแรงขึ้น จนมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยลดลง ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในกิจการโรงแรม และธุรกิจการให้บริการนักท่องเที่ยวแล้วบางส่วน