วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จีดีพีเกษตรไตรมาสแรกโต0.5%

สศก. ระบุจีดีพีเกษตรไตรมาสแรก ขยายตัว 0.5% อานิสงส์เศรษฐกิจโลกฟื้น คาดทั้งปีขยายตัว 2.3 - 3.3% ชี้ปัจจัยเสี่ยงประสบภาวะภัยแล้งยาว

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า อัตราการขยายตัวภาวะเศรษฐกิจการเกษตร หรือจีดีพีเกษตรไตรมาส 1 ปี 2557 ขยายตัวประมาณ 0.5% เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวขึ้นและเงินบาทที่อ่อนค่าลง ส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ และส่งผลต่อเนื่องมายังราคาสินค้าเกษตรภายในประเทศให้ปรับตัวสูงขึ้น จูงใจให้เกษตรกรขยายการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อรองรับความต้องการของตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยลบที่ต้องระวัง คือ ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่เดือนต.ค. 2556 ต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาสแรกของปี 2557 และได้ทวีความรุนแรงและขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้พื้นที่ทำการเกษตรพืชสำคัญหลายชนิดได้รับความเสียหาย

โดยเฉพาะการผลิตข้าวนาปรังในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ที่ได้รับผลกระทบมาก เนื่องจากปริมาตรน้ำในเขื่อนไม่เพียงพอสำหรับการปลูกข้าวนาปรังรอบสอง

นอกจากนี้ปัญหาโรคตายด่วน หรืออีเอ็มเอส ในกุ้งทะเลเพาะเลี้ยงที่มีความรุนแรงอย่างมากในปี 2556 ยังมีผลต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกของปี 2557

นายอนันต์ ลิลา เลขาธิการ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า หากพิจารณาภาวะเศรษฐกิจการเกษตรดังกล่าวในแต่ละสาขา พบว่า สาขาพืชมีการขยายตัวมากที่สุด 0.6 % โดยพืชสำคัญที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา และผลไม้ ประเภทลำไยและทุเรียน ซึ่งผลผลิตอ้อยโรงงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนมาปลูกอ้อยโรงงานทดแทนพืชที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่า

ส่วนพืชที่มีผลผลิตลดลง ได้แก่ ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ สินค้าพืชที่มีราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ มันสำปะหลัง สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน ลำไย ทุเรียน มังคุด และเงาะ

สาขาปศุสัตว์ ขยายตัว 0.9% โดยสินค้าปศุสัตว์ที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ไก่เนื้อ ไข่ไก่ สุกร และน้ำนมดิบ ราคาสินค้าปศุสัตว์โดยรวมมีราคาเฉลี่ยช่วงเดือน ม.ค.- ก.พ. เพิ่มขึ้น ไข่ไก่ เพิ่มขึ้น 20.26 %และสุกรเพิ่มขึ้น19.32%

สาขาประมง ลดลง 1.3% เป็นผลมาจากผลผลิตกุ้งทะเลเพาะเลี้ยงออกสู่ตลาดน้อยลง เนื่องจากโรคตายด่วน แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงเพื่อแก้ไขแล้ว แต่เนื่องจากเกษตรกรผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจในสถานการณ์โรคดังกล่าว จึงทำการผลิตไม่เต็มที่ โดยราคากุ้งขาวแวนนาไม ขนาด 70 ตัวต่อกิโลกรัมที่เกษตรกรขายได้ ในไตรมาสแรกอยู่ที่เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 267 บาท เพิ่มขึ้น 80.07%

สาขาบริการทางการเกษตร ลดลง 0.5 %จากปัญหาภัยแล้งในหลายพื้นที่ทำให้มีการจ้างบริการเตรียมดินและไถพรวนดินลดลง ส่งผลต่อเนื่องให้การบริการเกี่ยวนวดข้าวลดลงตามไปด้วย

สาขาป่าไม้ใน ลดลงประมาณ 3.3%เนื่องจากปริมาณและมูลค่าการส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์สำคัญหลายชนิดของหมวดป่าไม้ลดลง

สำหรับแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2557 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วง 2.3 - 3.3% เนื่องจากผลผลิตพืชที่สำคัญ เช่น ข้าวนาปี อ้อยโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่ผลผลิตปศุสัตว์ เช่น ไก่เนื้อ สุกร ไข่ไก่ และน้ำนมดิบ ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วนการผลิตกุ้งทะเลเพาะเลี้ยง คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากการดำเนินมาตรการในการแก้ไขปัญหาของกรมประมงร่วมกับภาคเอกชน

ส่วนการผลิตทางการเกษตรในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2557 ยังคงมีความเสี่ยงอย่างมากจากภาวะภัยแล้ง รวมถึงปัญหาฝนทิ้งช่วงที่อาจยาวนานไปจนถึงต้นฤดูเพาะปลูกในเดือนพ.ค. 2557 ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับผลผลิตสินค้าเกษตรมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าในปี 2557 สาขาพืชจะขยายตัวอยู่ในช่วง 2.5 - 3.5% สาขาปศุสัตว์จะขยายตัวอยู่ในช่วง 1.5 - 2.5% สาขาประมงจะขยายตัวอยู่ในช่วง 0.5 - 1.5% สาขาบริการทางการเกษตรจะขยายตัวอยู่ในช่วง 0.8 - 1.8%และสาขาป่าไม้จะขยายตัวอยู่ในช่วง 2.2 - 3.2%