วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลดลง วิตกความเสี่ยงการเมืองรุนแรง

ถือเงินสดเพิ่มเป็น 60% ของพอร์ต โดยมีจุดพิจารณาซื้อเล่นรอบใหญ่ ที่แนวรับหลัก 1322/1293 จุด

Market Outlook

วิตกการเมืองในประเทศกลับมารุนแรงรอบใหม่ และสูญญากาศเศรษฐกิจที่ล่าช้ากว่าคาด จะเป็นปัจจัยถ่วงตลาดหุ้นในระยะสั้นและกลาง แนะนำทยอยขาย โดยมีแนวรับหลักที่ 1322/1293 จุด เลือกเก็งกำไรหุ้นสื่อสาร (กำไรและปันผลดี) กลุ่มส่งออก(บาทอ่อนและเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว)

เราแนะนำนักลงทุน เริ่มทยอยขายทำกำไร (ถือเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 60%ของพอร์ต) หลีกเลี่ยงหุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ กลุ่มอิงเศรษฐกิจในประเทศ แบงก์ อสังหาฯ รับเหมาฯ วัสดุก่อสร้าง โฆษณา (เปลี่ยนเป็น กลุ่มสื่อสาร เกษตรส่งออก ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ ทดแทน) จากแนวโน้มการปรับลดประมาณการกำไรบจ รอบใหม่ ตามการลดลงของ ความเสี่ยงการเมืองที่เพิ่มขึ้น (โอกาสเกิดความรุนแรงมีสูงขึ้น หลังไม่มีสัญญาณประนีประนอมระหว่างรัฐบาลกับ กปปส. และการเลือกตั้งใหม่อาจล่าไปอีก 3-5 เดือนข้างหน้า) และระดับดัชนีฯปัจจุบันเริ่มมี Upside จำกัด (ดัชนีฯ เป้าหมายปีนี้คาดลดลงมาที่ 1401 จุดจากเดิม 1460 จุด อิง GDP ไทยปีนี้มีความเสี่ยงปรับลดลงมาที่ 2.7% จากเดิม 3.4%) ส่วนทางเทคนิค หากดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ไม่สามารถรีบาวด์เกิน 1381 จุด สะท้อนการถดถอยรอบใหญ่ จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน-พฤษภาคม โดยมีแนวรับหลักที่ 1322/1293 จุด ส่วนระยะสัปดาห์ สัญญาณขายจะเกิดหากหลุดเส้น SMA 25 วันที่ 1345 จุด

ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามคือ ทิศทางค่าเงินดอลล์สหรัฐฯ เริ่มกลับมาฟื้นตัวเทียบสกุลหลัก เป็นครั้งแรกในสัปดาห์ก่อนและมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องในเดือนเมษายน (Currency Risks อาจส่งผลให้เกิดแรงขายตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงไทย รอบใหม่) อิงรายงาน 4Q56F GDP USA ครั้งสุดท้าย จะเติบโต 2.7-3%q-q (Vs เดิม 2.4%) และตัวเลขเศรษฐกิจเดือน มี.ค. จะเริ่มดีขึ้นหลังพ้นฤดูหนาว นโยบายดอกเบี้ยต่ำใกล้สิ้นสุด และการลดขนาด QE จะสิ้นสุดปลายปีนี้ ส่วนปัจจัยอื่นๆ จับตา เศรษฐกิจจีน ล่าสุดมีสัญญาณผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติม หลังประธานาธิบดีสี ออกมาส่งสัญญาณหนุนเศรษฐกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมา และประเด็นยูเครน คาดความเสี่ยง Geopolitical Risks จะเพิ่มหากรัสเซียรุกรานดินแดนในยูเครนอื่นๆ เพิ่มเติม

ปัจจัยในประเทศ ไฮไลท์อยู่ที่ ความเสี่ยงการเมืองที่เพิ่มขึ้น หลังความเห็นต่างระหว่าง รัฐบาลและกลุ่มกปปส. ยังไม่สามารถประนีประนอมได้ ทำให้โอกาสที่จะเกิดการเลือกตั้งใหม่อาจล่าช้าไปอีก 3-5 เดือนส่งผลให้ไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดขึ้น และมีผลต่อเนื่องต่อ Downward Revision GDP และผลกำไรบจ. ปีนี้ (กลุ่มอิงการบริโภคในประเทศ และกลุ่มอิงการลงทุนภาครัฐฯ)