ธปท.หั่นเป้าเศรษฐกิจปีนี้ คาดขยายตัว 2.7% จากบริโภค-ลงทุนชะลอ แม้ส่งออกแนวโน้มฟื้นตัว คาดโต 4.5%
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ออกรายงานนโยบายการเงินเดือนมี.ค. 2557 ซึ่งเป็นผลจากการประชุมกนง.เมื่อวันที่ 22 ม.ค. โดยปรับประมาณการเศรษฐกิจใหม่ คาดว่าจะขยายตัวเหลือ 2.7% แต่หากการเมืองยืดเยื้อเกินกว่ากลางปีนี้ จะทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจลดลงยิ่งขึ้น
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า กนง.ได้มีการปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2557 จะขยายตัว 2.7% จากประมาณการเดิมเมื่อเดือนต.ค. 2556 ที่คาดว่าจะขยายตัว 4.8%
"ผลมาจากการชะลอตัวของอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอลง อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นจากการปรับขึ้นราคาของก๊าซแอลพีจี แต่ยังคงได้การส่งออกจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก"
นายไพบูลย์ กล่าวว่า สมมติฐานการเติบโตของเศรษฐกิจ มีเงื่อนไขว่าปัญหาการเมืองต้องคลี่คลายภายในกลางปีนี้ และมีปัจจัยช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการส่งออก แต่หากปัญหาการเมืองไม่สามารถคลี่คลายได้ในระยะเวลาดังกล่าว จะเป็นความเสี่ยงให้เศรษฐกิจไทยเติบโตลดลงกว่าที่มองไว้
"นอกจากนี้ปัจจัยที่ ศาลรัฐธรรมนูญยกเลิกการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ยังไม่ได้รวมไว้ในการประมาณการ ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงในระยะต่อไป" นายไพบูลย์ กล่าว
จับตาหนี้เสียปรับเพิ่มขึ้น
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ขณะนี้ ธปท.เริ่มเห็นสัญญาณหนี้ครัวเรือน และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องจับตา แต่เชื่อว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 2% จะไม่ส่งผลกระทบต่อหนี้ครัวเรือนที่เร่งตัวมากขึ้น
"ธปท.เริ่มเห็นสัญญาณ หนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวมากขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวลงต่อเนื่อง ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณการชำระหนี้ของครัวเรือนลดลง แม้ว่า กนง.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมครั้งที่ผ่านมา เชื่อว่าจะไม่ทำให้หนี้ครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่จะเป็นการช่วยลดภาระหนี้ของประชาชน ในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัวได้"
นอกจากนี้ หนี้ครัวเรือนที่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญแล้วในระยะต่อไป ธปท.ยังคงจับตาในเรื่องการปรับนโยบายเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่และความเปราะบางของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เพราะอาจมีผลกับเงินทุนเคลื่อนย้าย
คาดส่งออกไทยโต 4.5%
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการ กนง. ยังประเมินว่า การส่งออกของไทยจะสามารถขยายตัวได้ 4.5% ลดลงจากเดิมที่ 5% ส่วนภาคการท่องเที่ยวยังคงได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง แต่เชื่อว่าหากเหตุการณ์สงบโดยเร็ว จะหนุนให้การท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง
นายไพบูลย์ ยังบอกด้วยว่า ส่วนแรงกระตุ้นจากการคลังนั้น ยังคงได้รับผลกระทบจากการยุบสภา โดยคาดว่าอัตราการเบิกจ่ายเงินงบประมาณปี 2557 จะอยู่ที่ 90% ส่วนการจัดทำงบประมาณปี 2558 นั้นจะได้รับผลกระทบทำให้ล่าช้าไป 1 ไตรมาส
ส่วนงบประมาณพิเศษทั้ง พ.ร.ก. บริหารจัดการน้ำ มองว่า จะเหลือเฉพาะโครงการเร่งด่วน ที่ได้รับการอนุมัติแล้ว อาทิ การขุดลอกคูคลอง ซ่อมถนน ส่วนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทนั้น จะเหลือเฉพาะโครงการต่อเนื่องเดิมของรัฐวิสาหกิจที่มีความพร้อม คิดเป็น 25% ของวงเงินรวม
สำหรับภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวมนั้น เศรษฐกิจสหรัฐปรับดีขึ้นจากปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวตามลำดับ เศรษฐกิจญี่ปุ่นเร่งตัวในระยะสั้น ส่วนยุโรปเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น จากการปฏิรูปการเงินและการคลัง ส่วนจีนนั้นมีแนวโน้มขยายตัวลดลงโดยเฉพาะการลงทุนที่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวจากการปรับสมดุลเศรษฐกิจ
เอสแอนด์พี ชี้การเมืองทำ ศก.เสี่ยงเพิ่ม
นายเอโกสท์ เบนาร์ด รองผู้อำนวยการฝ่ายเรทติ้งประเทศ ของ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือ เอส แอนด์ พี สถาบันจัดอันดับชั้นนำของโลกจากสหรัฐ ให้ความเห็นในเชิงลบเกี่ยวกับการตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีมติส่วนใหญ่ให้การเลือกตั้งทั่วไป 2 ก.พ. ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ
นายเบนาร์ด เห็นว่าการตัดสินใจหมายถึงอนาคตอันริบหรี่ สำหรับการแก้ปัญหาความแตกแยกทางการเมืองของไทยในระยะอันใกล้ และคาดว่ามีความเป็นไปได้ที่ว่าจะเกิดความเสี่ยงทางการเมืองแบบยาวนานและเป็นความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
"เราคาดว่าโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจโดยรวมของไทยโดยทั่วไปที่แข็งแกร่งนั้น อาจอ่อนแอลงต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากความเสี่ยงทางการเมืองเกิดขึ้นยาวนานและมีมากขึ้น การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นผลกระทบเกิดจากการลงทุนภาคเอกชนซบเซาปรับตัวลง ผสมกับรัฐบาลรักษาการไม่สามารถดำเนินนโยบายให้เกิดผลสำเร็จในทางปฏิบัติได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ต่างๆ และหากเกิดความรุนแรง มีการขัดขวางการเดินทางเกิดขึ้นอีก ภาคการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน"
ทหารไทยชี้หวังเป็นจุดเริ่มต้นใหม่
เช่นเดียวกับ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่าสำหรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะนั้นมองว่าอาจเป็นเรื่องไม่ดีกับระบบเศรษฐกิจ เพราะเป็นการนำปัญหาทั้งหมดกลับไปเริ่มต้นใหม่ ซึ่งทำให้ความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยมีเพิ่มขึ้นจากการที่จะมีรัฐบาลใหม่ล่าช้ากว่าเดิม
"ในมุมของเศรษฐกิจไม่ใช่สัญญาณที่ดีนัก เพราะเป็นการนำปัญหากลับไปเริ่มต้นใหม่ และทำให้โอกาสในการมีรัฐบาลที่ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ เป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงมากขึ้น จะทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีปัญหาความล่าช้า ทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณ การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ"
ทั้งนี้ ในอีกมุมหนึ่งการที่นำเรื่องดังกล่าว กลับเป็นเริ่มต้นใหม่อาจเป็นจุดที่ดีที่จะให้ทั้ง 2 ฝ่ายกลับมาเริ่มต้นเจรจากันใหม่ เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหา ร่วมกันก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ทั้งนี้ 2 ฝ่ายควรจะเร่งเจรจากันเพื่อให้สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ทันกับเหตุการณ์
สศค.ชี้การเมืองไม่ชัดเจนประเมินยาก
ด้าน นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.ยังไม่สามารถประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ได้ชัดเจนว่า จะสามารถขยายตัวได้เท่าใด เพราะการเมืองมีความไม่ชัดเจนอยู่มาก แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินให้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ และการเลือกตั้งใหม่จะต้องเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ชัดเจนว่า การเลือกตั้งใหม่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ หากไม่สามารถเกิดขึ้นได้ และปัญหาดังกล่าวมีการลากยาว ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ
นายสมชัย กล่าวว่า หากไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ จะกระทบต่อการจัดทำงบประมาณปี 2558 และแม้สามารถใช้กรอบงบประมาณเดิมไปก่อน แต่ทำได้เฉพาะงบประมาณประจำเท่านั้น แต่งบลงทุนไม่สามารถทำได้ และการที่ไม่สามารถลงทุนใหม่ได้ในช่วงนี้ เท่ากับยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจ เพราะว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ อยู่ในภาวะชะลอตัวจากปัญหาการเมือง ซึ่งแตกต่างจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่เรามีความล่าช้าของงบประมาณรายจ่าย
"สถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ แตกต่างจากเมื่อ 2 ปีก่อน ที่การใช้งบประมาณล่าช้า เพราะช่วงนั้นเศรษฐกิจก็ไม่มีปัญหา แต่ขณะนี้เศรษฐกิจภายในประเทศไม่ค่อยดี แม้ต่างประเทศจะดี แต่ก็ไม่ช่วยให้การส่งออกของเราดีขึ้น หากงบปี 2558 ล่าช้า ก็จะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจในปีนี้ไปอีก แน่นอนว่า เป้าหมายจีดีพี ไม่ถึง 3% โดยอาจอยู่ที่ 1-2% แต่ไม่ถึงขั้นติดลบ ส่วนหนึ่งเพราะว่าฐานจีดีพีปีก่อนอยู่ในระดับต่ำ" เขากล่าว









