"บลจ.ฟินันซ่า" รับเลือกตั้งโมฆะไม่ส่งผลดีต่อการลงทุน เหตุไม่รู้การเมืองจะจบอย่างไร จับตากำไรบริษัทจดทะเบียน เสี่ยงขาลง โอกาสเห็น 1,300 จุด
นายสุรสีห์ จงไชโย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารกองทุน สายงานจัดการลงทุน บลจ.ฟินันซ่า เปิดเผยว่า การที่เลือกตั้งโมฆะคงไม่ส่งผลดีต่อการลงทุนเพราะไม่รู้ว่าปัจจัยการเมืองจะจบลงอย่างไรและเมื่อไร "แต่ประเด็นที่สนใจ คือ อัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนมากกว่า
ขณะเดียวกัน ปัจจุบันแบงก์ ก็มีการปรับลดเป้าการเติบโตของสินเชื่อลง และมองว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะโตแค่ 2.4% นั่นบนสมมติฐานว่าการเมืองจะจบลงในช่วงครึ่งปีแรกด้วย ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะจบลงอย่างไร
ดังนั้น จึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นไทย ยังมีความเสี่ยงในขาลง (Downside) เปิดอยู่ และทำให้มีโอกาสปรับตัวลงได้ แต่ที่หุ้นไม่ลงในช่วงที่ผ่านมา เพราะยังมีเรื่องของการจ่ายเงินปันผล ซึ่งหลังจากจบช่วงนี้ไปแล้ว มองไปข้างหน้าในช่วง 3 เดือน มีโอกาสเห็นดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงสู่แนวรับ 1,300 จุด ได้ ส่วนจะรับอยู่หรือไม่คงต้องดูพัฒนาการของเหตุการณ์ และกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาด้วย ถ้าออกมาไม่ดีแนวรับ 1,300 จุด อาจจะเอาไม่อยู่ได้เช่นกัน
"บริษัทมองเป้าดัชนีหุ้นไทยในกรณีที่ดีไว้ที่ 1,400 จุด แต่ในกรณีฐานประมาณ 1,300 จุด ต้นๆ ตอนนี้ปัจจัยการเมืองยังไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร หากยืดเยื้อไปกระทบเศรษฐกิจแน่นอน และหากได้รัฐบาลคนกลางมาจริงๆ ก็จะจำกัดการเติบโตของเศรษฐกิจไทย เพราะคงไม่ได้มาเพื่อใช้จ่ายงบลงทุนเป็นหลักแต่มาเพื่อปฏิรูปการลงทุนภาครัฐนำก็คงไม่เกิด การลงทุนภาคเอกชนก็คงยากเกิดขึ้นตามมาไปช่วงหนึ่งหากเป็นเช่นนั้น ตอนนี้จับตากำไรบริษัทจดทะเบียนเป็นหลัก"
นักวิเคราะห์จากบล.เคจีไอ วิเคราะห์ว่า จากการประชุมนักวิเคราะห์ธนาคารไทยพาณิชย์ เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้บริหารของธนาคารได้เปิดเผยถึงเป้าหมายทางธุรกิจใหม่สำหรับปี 2557 ที่มีการปรับลดลง เพื่อสะท้อนถึงมุมมองที่เป็นลบมากขึ้นต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ และแนวโน้มของธุรกิจธนาคาร โดยประเมินว่าเศรษฐกิจในปี 2557จะเติบโตประมาณ 2.4% เทียบกับประมาณการเดิมที่ 3.0% และคาดว่าสินเชื่อกลุ่มธนาคารจะโต 6.0% โดยอิงอยู่บนสมมติฐานว่าภาวะทางการเมืองจะคลี่คลายไปได้โดยมีรัฐบาลที่สามารถทำงานได้ภายในครึ่งแรกของปีนี้
นอกจากนี้ผู้บริหารยังได้ลดเป้าอัตราการเติบโตของสินเชื่อลงเหลือ 5-7% จากเดิม 7-10% และเป้าอัตราการเติบโตของ NON-NII เหลือ 7-10% จากเดิม 12-15%นอกจากนี้ยังได้ปรับลดเป้าสัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลงเหลือ 38-40% จากการดำเนินนโยบายลดต้นทุนของธนาคาร
ทั้งนี้หลังจากที่นำเป้าหมายใหม่ของธนาคารเข้ามาพิจารณาแล้ว เราจึงปรับลดประมาณการปี 2557 ลง 7.6% และคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1 ปีนี้จะลดลง 8%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 2.7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 1 จะอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท
ด้านนักวิเคราะห์จากบล.กรุงศรี เปิดเผยว่า ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ลง 2.7 % จากการปรับเพิ่มสำรองหนี้ และลดเป้าสินเชื่อลง อยู่ที่ระดับ 5.36หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังปรับลดเป้าประมาณการกำไรสุทธิในปี 2558 ลง 4% เหลือ 5.8 หมื่นล้านบาท จากการปรับลดเป้าสินเชื่อลงเหลือ 7% จากเดิม 8% และปรับค่าใช้จ่ายสำรองหนี้เพิ่มขึ้น 12%









