ธปท.ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปีนี้เหลือโต 2.7% จากเดิมที่ระดับ 2.9% เหตุการเมืองยืดเยื้อ คาดปีหน้าฟื้นตัวอยู่ระดับ 4.8%
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยรายงานนโยบายการเงินฉบับเดือนมีนาคม ว่า ธปท.ได้ปรับลดประมาณการเติบโตของจีดีพีปีนี้ลงมาอยู่ที่ 2.7% ชะลอลงจากปีก่อนที่ 2.9% แต่คาดว่าจะฟื้นตัวสู่ระดับที่ 4.8% ในปีหน้า ซึ่งการปรับลดจีดีพีในครั้งนี้เป็นไปตามการชะลอตัวของอุปสงค์ในประเทศซึ่งลดลงในครึ่งปีแรก
อย่างไรก็ตามคาดว่าการส่งออกที่ค่อยๆฟื้นตัวขึ้นจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้ได้ ประกอบกับหากการเมืองคลี่คลายลงภายในกลางปีนี้จะสนับสนุนให้อุปสงค์ในประเทศฟื้นตัวได้ในครึ่งปีหลัง และจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของจีดีพีควบคู่กับการส่งออก
ทั้งนี้ ธปท.ประเมินว่าความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะโตต่ำกว่าคาดการณ์มีโอกาสสูงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งอาจจะกระทบความเชื่อมั่นภาคเอกชนและการท่องเที่ยวมากกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจอาจจะชอตัวลงมากกว่าที่คาด
ในขณะที่ผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ รวมไปถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ธปท.ยังไม่ได้นำมาพิจารณาในการประเมินจีดีพีรอบนี้ ดังนั้นจึงคาดว่าการประเมินจีดีพีครั้งถัดไปจะนำปัจจัยเหล่านี้มาทบทวนในประมาณการ และยอมรับว่าอาจมีโอกาสปรับจีดีพีลงไปอีกมากกว่าที่จะปรับขึ้น
"ปีนี้คาดว่าจีดีพจะโต 2.7% ลดลงจาก 2.9% ในปีก่อน โดยธปท.มองว่าความเสี่ยงเศรษฐกิจยังมีอยู่มาก ทั้งจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ และผลกระทบของการลด QE ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจจะทำให้ตลาดเกิดใหม่ชะลอตัว รวมถึงต้องเผชิญกับการไหลออกของเงินทุนเคลื่อนย้าย ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจจะส่งผลให้การส่งออกฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด" นายไพบูลย์ กล่าว








