ปตท.เตรียมยกเลิกแผนขายหุ้นกู้มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท จากเดิมกำหนดขายภายในปีนี้ เหตุปัจจุบันมีเงินสดเต็มมือ ล่าสุดมีอยู่ 7 หมื่นล้านบาท
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า บริษัทอาจยกเลิกแผนการออกหุ้นกู้เพื่อใช้ทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิมที่จะครบกำหนดในช่วงปลายปีนี้ มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท โดยจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะออกหุ้นกู้หรือไม่ในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากปัจจุบันมีกระแสเงินสดกว่า 7 หมื่นล้านบาท รวมไปถึงโครงการท่อก๊าซเส้นที่ 4 ระยอง-โคราช ได้มีการชะลอออกไป เพราะมีปัญหากับกลุ่มผู้รับเหมา ดังนั้น จึงทำให้บริษัทมีเงินสดเหลือเพิ่มขึ้น
"สำหรับแผนการนำบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (GPSC)เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น อาจจะต้องเลื่อนออกไปจากเดิมคาดว่าจะเสนอขายได้ภายในไตรมาส 3/2557 จนกว่าบรรยากาศการลงทุนจะมีความเหมาะสม โดยเฉพาะปัญหาทางการเมืองในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้บริษัทต้องเลื่อนแผนดังกล่าวออกไปก่อน ทั้งนี้บริษัทได้ตั้ง บล. เคที ซิมิโก้ บล.ทิสโก้ และบล.ฟินันซ่า เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งคาดว่าจะการกระจายหุ้นใหม่ ประมาณ 25-30% แต่ยังไม่ได้กำหนดวงเงินและการจัดสรรจำนวนหุ้น และราคาไอพีโอ
เขากล่าวว่าธุรกิจไฟฟ้าถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจสำคัญของปตท.ในอนาคต โดยที่มี GPSC เป็นแกนนำด้านธุรกิจไฟฟ้าของปตท. โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องแล้วจำนวน 1,038 เมกะวัตต์ และจะเพิ่มเป็น 2,000 เมกะวัตต์ ในปี 2562 ซึ่งบริษัทตั้งเป้าในปี 2565 จะมีกำลังการผลิตก้าวกระโดดขึ้นเป็น 6,000 เมกะวัตต์
ทั้งนี้ โครงการลงทุนที่อยู่ในแผนดำเนินการประกอบด้วย โรงไฟฟ้าเอสพีพี ที่ลงทุนร่วมกับบริษัทไออาร์พีซี จำนวน 2 โรง กำลังการผลิตรวม 240 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัท ถือหุ้นร้อยละ 51 โครงการโรงไฟฟ้าเอสพีพี ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย เพื่อรองรับโรงงานไบโอพลาสติก ของปตท. และอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ ซึ่งแบ่งเป็นหลายเฟส กำลังการผลิตรวม 500 เมกะวัตต์ โดยเฟสแรก จะมีขนาดโรงไฟฟ้า 70 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท, โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อน น้ำลิก ที่สปป.ลาว ขนาดกำลังการผลิต65เมกะวัตต์ บริษัทถือหุ้น ร้อยละ 40 และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ขนาด 1,280 เมกะวัตต์ บริษัทถือหุ้น 25%
การลงทุนในอนาคตบริษัทจะให้ความสำคัญกับโครงการโรงไฟฟ้าในอาเซียน โดยมีแผนที่จะเข้าไปลงทุนโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน ที่ ประเทศพม่า และโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่อินโดนีเซีย ที่บริษัทมีธุรกิจเหมืองถ่านหิน รวมทั้งการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าในประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ
สำหรับผลประกอบการของบริษัท ในปี 2556 บริษัทมีรายได้ประมาณ 24,000 ล้านบาท และกำไรประมาณ 1,150 ล้านบาท โดยคาดว่าตัวเลขรายได้และกำไรในปีนี้ น่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก เพราะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองที่โครงการลงทุนของรัฐยังไม่สามารถดำเนินการได้
GPSC มีการลงนามในสัญญาเงินกู้กับ 5 ธนาคารประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) ธนาคารทิสโก้ ธนาคารมิซูโอ คอร์ปอเรท และธนาคารออมสิน วงเงินรวม 8,600ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ด้านนายจักรชัย บาลี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (GPSC) กล่าวว่า แผนระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ อาจจะเลื่อนออกไปเป็นประมาณไตรมาสสี่ของปีนี้ แต่หากบรรยากาศการลงทุนและความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังไม่ดีขึ้น ก็อาจจะต้องเลื่อนแผนออกไปอีก โดยแผนการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์คาดว่าจะได้เม็ดเงินประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท





