วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บริษัทสหรัฐมองเศรษฐกิจจีนชะลอตัว

ผลสำรวจบริษัทสหรัฐที่ดำเนินธุรกิจในจีนพบว่า บริษัท 50% มองว่าเศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอตัวลงเหลือ7.7% เมื่อปีที่แล้วจากที่เคยทะยานถึง14% ในปี50

ผลสำรวจบริษัทสหรัฐที่ดำเนินธุรกิจในจีนพบว่า บริษัท 50% มองว่าเศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอตัวลงเหลือ 7.7 % เมื่อปีที่แล้วจากที่เคยทะยานถึง 14% ในปี 2550 ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสุดที่ภาคธุรกิจอเมริกันต้องเผชิญซึ่งสูงกว่า 47% ที่หอการค้าอเมริกันทำการสำรวจเมื่อปีที่แล้ว

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ตอกย้ำให้บรรดาบริษัทต่างชาติเหล่านี้ ต้องหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาต่างๆที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของธุรกิจในจีนมากขึ้น โดยบริษัท 365 แห่งที่ตอบแบบสำรวจมองว่า ต้นทุนด้านแรงงานที่เพิ่มขึ้นและความยุ่งยากในการแสวงหาและเก็บรักษาแรงงานมีทักษะความชำนาญเป็นเรื่องท้าทายมากที่สุดของบริษัทอเมริกัน ขณะที่กฏระเบียบที่เลือกปฏิบัติ โดยเข้มงวดเฉพาะกับบริษัทต่างชาติ ก็เป็นสิ่งท้าทายในการดำเนินธุรกิจในจีนเช่นกัน

รายงานของหอการค้าอเมริกันระบุว่า บริษัทต่างๆเริ่มมั่นใจเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจในจีนน้อยลง เพราะมีปัญหาท้าทายทางธุรกิจเพิ่มขึ้น ความไม่ชัดเจนเรื่องตัวบทกฏหมายและความไม่สอดคล้องกันของการบังคับใช้ก็ทำให้ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจในจีนเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ 2 ใน 5 ของบริษัทที่ถูกสำรวจระบุว่า ธุรกิจของต่างชาติได้รับการต้อนรับจากจีนน้อยลง เมื่อเทียบกับในอดีต ขณะที่มีเพียง 1 ใน 10 เท่านั้นที่รู้สึกว่าได้รับการต้อนรับเพิ่มขึ้น แต่บริษัทอเมริกัน 70% มองว่า ตลาดจีนเป็นตลาดที่ยังคงทำกำไรได้

ปัญหาความท้าทายอื่น ๆ ในจีน ในสายตาของบริษัทอเมริกันคือ การเซนเซอร์อินเทอร์เน็ต การดิ้นรนต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ และระบบใหม่ อนุมัติวีซ่าให้ชาวต่างชาติระยะเวลานานขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายเฉิน ตันหยาง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีน ระบุว่า เงื่อนไขในการดำเนินธุรกิจในจีนของต่างชาติโดยทั่วไปดีขึ้น ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้นำได้ประมาณปีเศษ ๆ ให้สัญญาว่าจะตอบสนองข้อเรียกร้องของบริษัทอเมริกันมากขึ้น หลังจากบริษัทต่างชาติร้องเรียนรัฐบาลมาหลายปีให้ปรับปรุงระบบช้าราชการที่อืดอาด ร่นระยะเวลาในการขออนุมัติโครงการธุรกิจต่าง ๆ ให้สั้นลง

ขณะที่ปัญหาในการหาพนักงานหรือเก็บรักษาพนักงานที่มีทักษะความชำนาญ ไม่สอดคล้องกับมหาวิทยาลัยต่างๆที่ผลิตนักศึกษาจบใหม่ปีละ 7 ล้านคน ซึ่งนายแอนดรูว์ โพล์ค นักเศรษฐศาสตร์จากคอนเฟอร์เรนซ์ บอร์ดกล่าวว่า ปัญหาคือระบบการศึกษาของจีนยังไล่ตามตลาดแรงงานไม่ทัน จึงมีนักศึกษาจบใหม่มากมายในตลาดแรงงานที่มีทักษะ โดยที่นักศึกษาเหล่านี้ไม่มีความชำนาญอย่างที่บริษัทต่าง ๆ ต้องการ