ถอยระยะสั้นบนประเด็น QE Tapering ไม่ต่ำกว่า 1,340 จุด ยังมองเป็นโอกาสซื้อสะสม
SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ เรามองการที่ประธานเฟดออกมาระบุว่าอาจยุติมาตรการ QE ทั้งหมดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ (ปลาย ก.ย.-ธ.ค.2557) และดอกเบี้ย Fed Fund Rate อาจเริ่มขยับขึ้น 6 เดือนหลังจากนั้น จะเป็นเพียงปัจจัยกดดันระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากเรามองว่าตลาดรับรู้ประเด็นนี้ไปแล้ว และเรามองการถอยตัวลงมาเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ โดยที่ประเมินว่าตราบใดที่ SET ไม่หมุนตัวลงไปปิดต่ำกว่า 1,340 จุด ยังมีโอกาสเหวี่ยงขึ้นในกรอบ 1,360-1,430 จุดในช่วงที่เหลือของ มี.ค.2557 ได้ โดยที่ในเชิงมูลค่าล่าสุด SET ซื้อขายที่ Leading PER ที่ 12.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค หรือ Discount อยู่ถึง 23% สอดคล้องกับผลสำรวจ Fund Manager Survey (FMS) เดือน มี.ค.2557 ที่พบว่า Asia Fund Manager ให้น้ำหนักตลาดหุ้นกลุ่ม TIPs มากขึ้นมาอยู่ที่ระดับ “Neutral” ทั้งหมดแล้ว โดยปรับตลาดหุ้นไทย และอินโดนีเซียขึ้นจากที่ให้น้ำหนัก Underweight ที่ 14% และ 8% ในเดือนก่อนหน้า
- ผลสำรวจ FMS เดือน มี.ค.2557 พบว่าปัจจัยเสี่ยงระยะสั้นจากสถานการณ์ทางการเมืองในยูเครน และเศรษฐกิจของจีน ส่งผลให้ Global Fund Manager ให้น้ำหนัก Overweight ตลาดหุ้นโลก ลดลงมาอยู่ที่ 36% จาก 45% ในเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ดีตลาดหุ้นโลกยังคงเป็นเพียงสินทรัพย์เดียวที่ถูกให้น้ำหนัก Overweight ขณะที่ผลสำรวจพบว่า Global Fund Manager ให้น้ำหนักในการถือเงินสดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.8% ซึ่งตามสถิติถ้าตัวเลขดังกล่าวขยับขึ้นมาอยู่เหนือ 4.5% มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการ “Contrarian Buy” ในตลาดหุ้นภูมิภาค สอดคล้องกับการที่ล่าสุด Global Fund Manager ให้น้ำหนัก Underweight ตลาดหุ้น Emerging Market ลดลงจากมาอยู่ที่ 31% ในเดือนนี้
- กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังปิดเหนือ 1,340 จุดได้ แนะนำ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” ในกรอบ 1,340-1,370 จุด โดยมี 1,340 จุดเป็นจุด Cut Loss ในหุ้นกลุ่ม “S-T Trading” ได้แก่ LH, PTTGC, RS, CPF, ITD, CPALL และ JAS ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น 50% ของพอร์ต” ในหุ้นกลุ่ม “Value Investing” ได้แก่ AP, SIRI, HEMRAJ, AAV, MAJOR, ESSO และ SAMART









