"หอการค้าไทย" คาดจีดีพีปีนี้โตราว 2-3% หากจัดตั้งรัฐบาลได้ในช่วงไตรมาส 3 ระบุธุรกิจท่องเที่ยวโดนผลกระทบมากสุด
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยใน ปี 2557 นั้นเห็นว่า หากสถานการณ์ทางการเมืองไม่รุนแรง และสามารถจบได้ภายใน 6 เดือน รวมทั้ง สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ คาดว่าเศรษฐกิจจะสามารถเติบโตได้ประมาณ 2-3% แต่หากยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้คาดว่า เศรษฐกิจจะเติบโตต่ำกว่านี้แน่นอน และหากมีสถานการณ์รุนแรง ยาวนานมากกว่า 1 เดือน มองว่า GDP Growth น่าจะอยู่ที่ 0% ถึง -2%
ในด้านการท่องเที่ยว มีแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งเดิมคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3% หรือประมาณ 27.5 ล้านคน แต่ในเดือนมกราคม 2557 ที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเพียง 0.06% ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงธุรกิจต่อเนื่องกับการท่องเที่ยวด้วย เช่น โรงแรม สปา สินค้าที่ระลึก และธุรกิจรถเช่า เป็นต้น ซึ่งหากมีการยกเลิกการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็จะช่วยทำให้การท่องเที่ยวดีขึ้น
ด้านการส่งออก ถึงแม้ว่าตัวเลขการส่งออกในปี 2556 ลดลง 0.2% แต่คาดว่าการส่งออกในปีนี้น่าจะขยายตัวอยู่ที่ 5% ซึ่งเป็นผลจากการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจโลก โดยเราจะต้องเน้นให้เกิดการขยายตัวทางด้านการค้าชายแดน และควบคุมเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ และส่งเสริมผู้ประกอบการไปเจาะตลาดในประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น ส่วนด้านการลงทุน ขณะนี้ยังไม่สามารถจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่ เพื่ออนุมัติโครงการขนาดใหญ่ที่ค้างอยู่ได้ แต่คงต้องดูต่อไปว่ารัฐบาลรักษาการณ์จะจัดตั้งหรือไม่ เพราะหากล่าช้าออกไปจะได้รับผลกระทบ ทำให้การลงทุนต่างประเทศที่ค้างอยู่อาจตัดสินใจย้ายการลงทุนไปยังประเทศอื่นเพื่อนบ้านแทน
ด้านการใช้จ่ายของรัฐ คาดว่า งบประมาณปี 2558 อาจจะมีการติดขัดบ้างหากรัฐบาลใหม่มีการจัดตั้งได้ล่าช้า สำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณ ปี 2557 จะกระทบเฉพาะงบประมาณลงทุนเพียง 30% เท่านั้นที่จะล่าช้าไป เพราะงบประมาณรายจ่ายประจำอีก 70% ยังใช้ได้อยู่ ส่วนด้านความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ ขณะนี้ Moody’s ยังประเมินความเชื่อมั่นของไทยไว้ที่ระดับเดิมอยู่ เพราะมองว่ายังไม่กระทบต่อโครงสร้างทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย (Economic Structure) หากปัญหาทางการเมืองสามารถจบลงได้ภายใน 6 เดือน ซึ่งเราคงจะต้องพยายามรักษาให้ความเชื่อมั่นไว้
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมา หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ทำการสำรวจภาวะเศรษฐกิจจากสถานการณ์ทางการเมือง พบว่า ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากและค่อนข้างชัดเจนที่สุด ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยว โดยมีการยกเลิกทัวร์เป็นจำนวนมาก ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเอเซีย ได้แก่ จีน ลดลงประมาณ 50% ญี่ปุ่น ลดลง 40% เกาหลี ลดลง 30% รวมทั้งอินเดีย ไต้หวัน และเวียดนาม ส่งผลกระทบไปถึงธุรกิจโรงแรม ซึ่งมียอดจองห้องพักลดลงเฉลี่ย 25-30% รวมทั้งยังกระทบภาคบริการด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่องอื่น ๆ เช่น สปา รถเช่า สินค้าที่ระลึก การจัดงานประชุมสัมมนาภายในประเทศ









