"กิตติรัตน์"รับยังไม่ได้ลงนามใช้งบกลาง2หมื่นล้าน เผยอาจคืนเงินไม่ทันสิ้นพ.ค.นี้ตามเงื่อนไขกกต. จี้พาณิชย์เร่งระบายข้าวเดือนละ 1หมื่นล้าน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่ได้ลงนามการใช้งบกลาง 2 หมื่นล้านบาท เพราะต้องรอกระบวนการและขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินที่ถูกต้อง ทั้งส่วนของกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง หากดำเนินการแล้วเสร็จ ก็พร้อมที่จะลงนามทันที เพื่อให้นำเงินส่วนนี้ไปจ่ายชาวนาที่ถือใบประทวนก่อนวันที่ 9 ธ.ค.2556 โดยเร็วที่สุด
ที่ผ่านมากระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมมือทำงานอย่างใกล้ชิด ไม่ได้มีความขัดแย้ง หรือโยนลูกกันไปมา แต่มีการจ้องทำลายกระบวนการหาเงินจ่ายหน้าชาวนามากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังกู้เงินจากตลาดเงิน การออกตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือพีเอ็น แม้แต่การประมูลข้าวของกระทรวงพาณิชย์เมื่อเร็วๆ นี้ ก็ถูกกลุ่มคัดค้านตัดไฟ ทำให้ต้องล้มการประมูลเงินขายข้าวรอบนี้ 3,000 ล้านบาทก็สะดุด
ส่วนการเบิกจ่ายเงินจากงบกลาง 2 หมื่นล้านบาท ต้องสอดคล้องกับรายได้จากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ กกต.อนุมัติให้รัฐบาลนำงบกลางมาใช้ได้ 2 หมื่นล้านบาท แต่ต้องนำเงินมาส่งคืนภายในเดือนพ.ค.นี้ จึงเหลือเวลาเพียง 2 เดือน หากกระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวไม่ได้เดือนละ 1 หมื่นล้านบาท หรือครบ 2 หมื่นล้านบาทในเดือนเม.ย.และเดือนพ.ค.นี้ โอกาสที่กระทรวงการคลังจะหาเงินมาจ่ายคืนงบกลางอาจไม่ทันตามเวลาที่กำหนดได้
"ผมไม่รู้จะพูดอย่างไร หากรัฐบาลดำเนินการอะไรออกไป ก็มีคนออกมาต่อต้าน สกัดไม่ให้ทำงานเท่าที่เห็นคิดว่า เรื่องนี้มีการทำเป็นกระบวนการไม่ให้รัฐบาลหาเงินมาใช้หนี้ชาวนาที่ถือใบประทวน" นายกิตติรัตน์ กล่าว
ยันทำงานเต็มที่จ่ายเงินชาวนา
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่ากระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ จะพยายามดำเนินการเรื่องนี้อย่างดีที่สุด เพื่อให้เงินส่งถึงมือชาวนามากที่สุด ช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการ แต่หลังจากนั้นต้องปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะพิจารณา
กระทรวงการคลังได้พยายามหาเงินจ่ายหนี้ชาวนาที่ถือใบประทวน แต่ยังไม่ได้รับเงินเต็มที่ แต่มีชาวนาบางคนบางพื้นที่ ยังไม่พอใจ ขณะที่มีชาวนาอีกจำนวนมากรับรู้และเข้าใจว่ารัฐบาลพยายามช่วยเหลือเต็มที่แล้ว โดยเฉพาะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมาตรการผ่อนปรนช่วยเหลือชาวนาทั้งลดดอกเบี้ย การยืดอายุหนี้และการให้สินเชื่อใหม่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนช่วงที่ผ่านมา
เปิดซองเสนอราคาปรับปรุงข้าว18มี.ค.
นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่าขณะนี้กรมการค้าต่างประเทศได้ทำหนังสือถึงผู้ส่งออก ที่สนใจจะเข้ามาปรับปรุงคุณภาพข้าวสาร เพื่อส่งมอบให้แก่ คอฟโก รัฐวิสาหกิจากจีน ในเทอม FOB ข้าวขาว 5% ปีการผลิต 2556/57 ปริมาณ 1 แสนตัน กำหนดส่งมอบเดือนเม.ย.นี้ โดยมีเอกชนบางรายเข้าร่วมฟังการชี้แจงรายละเอียดและเงื่อนไข
รายงานข่าวแจ้งว่า กรมการค้าต่างประเทศได้เปิดให้ยื่นซองเสนอราคาปรับปรุงคุณภาพข้าววันที่ 18 มี.ค.นี้ คาดว่าจะเปิดซองต่อรองราคาได้วันที่ 19 มี.ค. โดยกำหนดส่งมอบข้าวเป็นรายงวดให้กับคอฟโก งวดแรกเป็นข้าวขาว 5% ปีการผลิต 2556/57 ปริมาณ 1 แสนตัน (เพิ่ม-ลด 5%)ต้องส่งมอบให้เสร็จภายในเดือนเม.ย.นี้ กับบริษัทเบจิน เกรท นอร์ทเทิร์น ไวลด์เดอร์เนส ไรซ์ อินดัสทรี้ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทเปียต้าฮวง กรุ๊ป ที่เป็นบริษัทของกรมการเกษตรของจีน
ทั้งนี้ในสัญญาจีทูจีกับจีน ระบุซื้อขายข้าวขาว 5%และปลายข้าวปริมาณรวม 1.2 ล้านตัน และมันสำปะหลังอีก 9 หมื่นตัน กำหนดส่งมอบภายใน 2 ปี โดยจะอ้างอิงราคาตลาดโลกเป็นหลัก สามารถส่งมอบได้เดือนละ 5หมื่นตัน โดยล็อตแรกคาดจะส่งมอบได้ภายในเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งจีนจะนำเข้าข้าวจากไทยไปเพื่อบริโภคภายในประเทศ และส่งออกไปยังประเทศอื่นๆด้วย จีนถือเป็นผู้นำเข้าข้าวต่อเนื่องมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี
นำเงิน1.6แสนบาทจ่ายชาวนา
รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้(14 มี.ค.) พ.ต.ท.พิทักษ์ วาฤทธิ์ สารวัตรสืบสวน กองปราบปราม ได้นำเงินค่าข้าวที่ชาวนานำไปเทที่กระทรวงการคลังประมาณ 20 ตัน มามอบให้กับชาวนา โดยมีนายระวี รุ่งเรือง ประธานเครือข่ายชาวนาไทย ที่กระทรวงพาณิชย์ จำนวน 1.6 แสนบาท โดยระบุว่าเงินดังกล่าวมาจากการระดมเงินบริจาคจากเพื่อนๆ ที่ต้องการช่วยเหลือชาวนาในฐานะที่เป็นคนกลางในการเจรจากับชาวนาเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา
“ทราบว่ากระทรวงการคลังไม่สามารถตั้งงบประมาณเพื่อซื้อข้าวได้ จึงได้ขอความร่วมมือไปยังเพื่อนและคนที่รู้จักให้ช่วยกันบริจาคเพื่อซื้อข้าวจากชาวนา โดยได้ต่อรองจากตันละ 1.2 หมื่นบาท เหลือตันละ 8 พันบาท สามารถรวบรวมเงินได้1.6 แสนบาท ชาวนาก็ยอมจึงได้นำเงินมามอบให้ ส่วนข้าวที่นำไปเทกองไว้ใครมาขอก็ให้ไป เพราะผู้บริจาคเงินไม่ได้ต้องการข้าวแต่ต้องการช่วยชาวนา”พ.ต.ท.พิทักษ์ กล่าว
จากนั้นช่วงบ่ายนายระวี ได้หารือกับนายวุฒิชัย ดวงรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้ช่วยเหลือชาวนาที่นำข้าวเปลือก 8 ตัน ไปสีแปรสภาพเป็นข้าวสารและนำไปบรรจุถุง เพื่อให้ชาวนานำไปจำหน่ายภายใต้แบรนด์เครือข่ายชาวนาไทย หารายได้ให้กับชาวนาช่วงที่ยังรอเงินจากรัฐบาล ซึ่งกระทรวงพาณิชย์รับที่จะหาเครื่องสีข้าวให้
เดินสายขายข้าวทหาร-กรมราชทัณฑ์
นายระวี ระบุว่าสัปดาห์หน้าชาวนาจะเข้าพบผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการเหล่าทัพ กระทรวงสาธารณสุข กรมราชทัณฑ์ เพื่อขอให้ซื้อชาวจากชาวนา พร้อมกันนี้จะไปกดดันนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขออนุญาตให้ชาวนาไปขายข้าวถุง บริเวณร้านข้างทางด่วน
ขณะที่นายวุฒิชัย กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์จะจัดหาเครื่องสีแปรสภาพขนาดเล็กให้ พร้อมทั้งช่วยจัดการตลาดให้ ส่วนกองทุนช่วยเหลือชาวนาในส่วนของกระทรวงพาณิชย์จะนำเงินมาใช้เป็นค่าดำเนินการแต่ไม่ได้เป็นการซื้อข้าวโดยตรงจากชาวนา
รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดบัญชีบัญชีชื่อ “ กองทุนร่วมใจช่วยเหลือชาวนา” ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขากระทรวงพาณิชย์ ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 385-0-12503-3 ตั้งแต่บัดนี้จนถึง วันที่ 30 มิ.ย.นี้ เพื่อนำเงินไปมอบให้ กองทุนช่วยเหลือชาวนา ของธ.ก.ส. บรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาต่อไป









