วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทีทีเอ'หวังปั้นยูเอ็มเอสกำไรปีนี้

"ทีทีเอ" จ่อปรับโครงสร้างธุรกิจยูเอ็มเอส หาพันธมิตรทำธุรกิจอื่น หวังพลิกมีกำไรในปีนี้ ยันไม่มีแผนเก็บหุ้นเพิ่มแม้เป็นช่วงขาขึ้นของธุรกิจ

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ หรือทีทีเอ (TTA) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะปรับโครงสร้างธุรกิจ บริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส หรือ ยูเอ็มเอส (UMS) อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร เพื่อทำธุรกิจอย่างอื่น โดยใช้พื้นที่โรงงานของยูเอ็มเอสที่สวนส้ม จ.สมุทรสาคร ซึ่งมีพื้นที่อยู่กว่า 60 ไร่ และมีแผนจะขายสต็อกสินค้าที่เป็นถ่านฝุ่นที่เหลืออยู่ 4-5 แสนตันออกไป เพื่อให้บริษัทมีสภาพคล่องในการทำธุรกิจ และคืนเงินกู้ที่มีอยู่กว่า 1 พันล้านบาท เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน

"ปีนี้จะพยายามบริหารจัดการให้ยูเอ็มเอสมีกำไร จากไตรมาสแรกปีนี้ (ต.ค.-ธ.ค.2556) ขาดทุนอยู่ 40.45 ล้านบาท จากราคาถ่านหิน ที่ปรับลดลงมากกว่า 2 ปี และปัจจุบันเป็นเพียงธุรกิจเดียวของทีทีเอที่ยังขาดทุนอยู่"

เขากล่าวต่อว่า ทีทีเอ ประสบความสำเร็จในการเพิ่มทุนได้ตามแผน คือ 4.17 พันล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นให้ความสนใจใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนสูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 7% ซึ่งเงินในส่วนนี้บริษัทจะนำไปลงทุนซื้อเรือมือสองเพิ่มอีก 5-10 ลำในปีนี้ หรือเพิ่มเป็น 25-30 ลำ จากปัจจุบันมีขนาดกองเรืออยู่ที่ 20 ลำ เพื่อรองความต้องการใช้เรือ และแนวโน้มค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ระดับ 1.2 หมื่นดอลลาร์ต่อวันต่อลำ ซึ่งบริษัทได้เซ็นสัญญาซื้อไปแล้ว 3 ลำ ราคาเฉลี่ยประมาณลำละ 23-24 ล้านดอลลาร์ รวมแล้วเป็นเงินประมาณ 2.2-2.3 พันล้านบาท

"การซื้อเรือมือสองมีข้อดีคือราคาไม่แพง สามารถใช้ทำธุรกิจได้ทันที รองรับกับขาขึ้นของธุรกิจได้ ขณะที่การสั่งต่อเรือใหม่ต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี อาจจะทำให้บริษัทเสียโอกาสในการทำธุรกิจได้ แม้จะเป็นเรือมือสอง แต่ต้องดูเรื่องราคาให้เหมาะสม ซึ่งหากมีความต้องการใช้เรือเข้ามา ขณะที่บริษัทยังซื้อเรือเพิ่มไม่ทัน บริษัทจะใช้วิธีการเช่าแทน"

ธุรกิจของบริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การบริหาร โดยทำสัญญาระยะยาวกับลูกค้า ทำให้มีงานต่อเนื่อง ไม่มีช่วงโลว์ซีซั่นเหมือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้แนวโน้มธุรกิจพลังงานเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้งานบริการของเมอร์เมดขยายตัวไปด้วย จึงได้สั่งต่อเรือดำน้ำ 1 ลำ และแท่นขุดเจาะรวมทั้งแท่นลอยน้ำ 2 แท่น รวมมูลค่า 430 ล้านดอลลาร์ รับมอบในอีก 2 ปี แต่หากมีงานเข้ามามาก บริษัทสามารถเช่าเรือมาให้บริการเพิ่มได้

เขากล่าวต่อว่า บริษัทยังมีแผนจะให้บริษัทลูก คือ บริษัท พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ หรือ พีเอ็มทีเอ (PMTA) ซึ่งมีธุรกิจหลักคือธุรกิจปุ๋ยในเวียดนาม เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ช่วงครึ่งหลังปีนี้ หลังจากที่ยื่นไฟลิ่งไปแล้วเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา หลังจากเข้าตลาดแล้ว สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทจะลดลงเหลือ 65% จากปัจจุบันที่ถือ100% โดยการขายหุ้นครั้งนี้จะให้สิทธิผู้ถือหุ้นทีทีเอก่อน

"การปรับโครงสร้างทีทีเอช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเดินมาถูกทาง ไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทพลิกมีกำไร 250 ล้านบาท ถือว่าสูงสุดรอบ 5 ปี ขณะที่ธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ในส่วนของผมพอใจกับสัดส่วนการถือหุ้นปัจจุบัน ไม่มีแผนจะลดหรือซื้อเพิ่ม ในสายตาของนักลงทุน มีมุมมองเป็นบวกกับบริษัทมากขึ้น เห็นได้จากการพบกับนักลงทุนต่างประเทศเมื่อเร็วๆ นี้"