วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอกชนลุ้นดอกเบี้ยลดเร่งออกหุ้นกู้

"ไทยพาณิชย์" ระบุ เอกชนเร่งออกหุ้นกู้ตุนสภาพคล่องรับความไม่แน่นอน คาดปีนี้ตลาดหุ้นกู้โต 10% ลุ้น "กนง." ลดดอกเบี้ย หนุนต้นทุนระดมทุนต่ำลง

นายศิโรตม์ วิชยาภัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจตลาดทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้ความต้องการออกหุ้นกู้ของผู้ประกอบการรายใหญ่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ที่มีวงเงินออกหุ้นกู้อยู่ที่ 400,000 ล้านบาท รวมการออกหุ้นกู้สกุลเงินบาท (บาทบอนด์) ของบริษัทต่างชาติ โดยในปีนี้คาดว่าตลาดหุ้นกู้จะเติบโตประมาณ 10% จากปีที่ผ่านมา ในส่วนของธนาคารตั้งเป้ามีส่วนแบ่งตลาดในการเป็นที่ปรึกษาและจัดจำหน่ายหุ้นกู้ปีนี้ประมาณ 17-18% ของมูลค่าตลาดรวม

ทั้งนี้สาเหตุที่ภาคเอกชนสนใจออกหุ้นกู้ เนื่องจากความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจและการเมืองที่มีอยู่สูงในขณะนี้ทำให้บริษัทขนาดใหญ่ต้องการตุนสภาพคล่องไว้ และถือเป็นทางเลือกระดมทุน เพื่อเตรียมพร้อมลงทุนในอนาคต เนื่องจากบริษัทบางแห่งที่มีแผนการลงทุนไว้แล้วเชื่อว่ายังเดินหน้าตามแผนที่เตรียมไว้ ขณะที่ปัญหาทางการเมืองถือเป็นปัญหาระยะสั้น โดยจะเห็นได้ว่าในช่วง 2 เดือนแรกของปีมีเอกชนที่ระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ไปแล้วประมาณ 1 แสนล้านบาท

“การออกหุ้นกู้ในปีนี้ยังเติบโต แต่ส่วนใหญ่จะรองรับความต้องการของภาคเอกชนไทยมากกว่า ขณะที่ความต้องการในการระดมทุนของต่างชาติยังมีให้เห็นไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติยังไม่มั่นใจในการเมืองไทย จึงต้องการรอดูสถานการณ์ในประเทศไปอีกระยะ”

เขายอมรับว่า หากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมครั้งนี้ จะมีผลต่อการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชน เนื่องจากผู้ประกอบการจะระดมทุนได้ในต้นทุนที่ลดต่ำลง โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ และธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์คาดการณ์ว่า ตลอดทั้งปีนี้มีโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.75% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.25%

นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นความต้องการออกหุ้นกู้จากกลุ่มธนาคารพาณิชย์มากขึ้น เพื่อนำไปเสริมเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง เพราะตามมาตรฐานการดำรงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บาเซิล 3) หุ้นกู้ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ จะมีน้ำหนักในการคำนวณเงินกองทุนลดลง แต่ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละธนาคาร

สำหรับความต้องการออกหุ้นกู้ในขณะนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงระยะเวลาปานกลางเช่น 3-7 ปี โดยขนาดใหญ่สุดเป็นของ ซีพีออลล์ที่เตรียมจะระดมทุนกว่า 40,000 ล้านบาท และยังมีลูกค้าของธนาคารที่รอจังหวะออกหุ้นกู้ด้วยมูลค่าประมาณ 10,000-15,000 ล้านบาทต่อราย จากอุตสาหกรรมหนัก เช่น น้ำมัน ปิโตรเคมี ปูนซีเมนต์ รองลงมาคือวงเงินขนาดเล็กลง หรือประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาทต่อราย และในเดือนมี.ค.นี้ จะมีลูกค้าออกหุ้นกู้อีกประมาณ 10,000-20,000 ล้านบาท โดยสถานการณ์การเมือง ที่ยังมีความไม่แน่นอนทำให้ มุ่งเน้นการขายหุ้นกู้ให้กับนักลงทุนสถาบันมากกว่าลูกค้ารายย่อย