วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

บลจ.กรุงศรีคาดศก.ต้นปี57ยังชะลอหนี้พุ่ง

บลจ.กรุงศรี มองเศรษฐกิจไทยต้นปีนี้ยังชะลอ หลังหนี้ครัวเรือนพุ่ง -การเมืองร้อน แต่มั่นใจศก.ระยะยาวยังดีตามการส่งออก

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี 2557 นี้ มีแนวโน้มชะลอตัวลงต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยมีสาเหตุจากหนี้สินภาคครัวเรือนอยู่ในระดับสูง และความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการเมืองภายในประเทศ ส่งผลให้จากภาคครัวเรือนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ในขณะที่ภาคธุรกิจชะลอการลงทุนออกไปเพื่อรอความชัดเจนของทิศทางเศรษฐกิจ แต่อย่างไรก็ดี มีสัญญาณการฟื้นตัวในบางส่วนของภาคการส่งออก ซึ่งน่าจะส่งผลให้การส่งออกโดยรวมปรับตัวดีขึ้นในระยะข้างหน้า ในขณะที่หากปัญหาการเมืองได้รับการแก้ไข เศรษฐกิจไทยก็น่าจะกลับมาขยายตัวได้ดี เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่งอยู่ และภาคการท่องเที่ยว การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน น่าจะฟื้นตัวหลังจากที่ความเชื่อมั่นกลับคืนมา ทั้งนี้ บลจ. กรุงศรี ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ทั้งนี้บริษัทมีมุมมองว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องทั้งสหรัฐฯ และยุโรป โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวดีขึ้นทั้งตัวเลขการจ้างงาน ภาคที่อยู่อาศัย การใช้จ่ายของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯกำลังฟื้นตัวดีขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯในช่วงต้นปีอาจดูไม่ดีนัก ซึ่งเป็นผลจากอากาศที่หนาวเย็นกว่าปกติ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯบางส่วนชะลอตัวลงเป็นการชั่วคราว

ส่วนทางด้านยุโรป มีสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นเช่นกัน โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของกลุ่มประเทศยูโรโซนบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนจะฟื้นตัวในอัตราที่สูงขึ้น ในขณะที่ เยอรมนี ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป มีสัญญาณขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนีชี้นำต่างๆ ทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นนักวิเคราะห์และนักลงทุน ต่างปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมูดี้ส์และเอสแอนด์พี ต่างทยอยปรับอันดับความน่าเชื่อถือของกลุ่มประเทศที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ การฟื้นตัวของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก จะส่งผลให้ปริมาณการค้าในตลาดโลกมีมากขึ้น ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำต่อไป จะช่วยหนุนการขยายตัวของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว