วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

การยกเลิก พรก.ฉุกเฉินฯ และลดดอกเบี้ยจำกัด Downside ยืน 1,325 จุดได้ ยังมองขึ้นต่อ

SET View

- ประเด็นหลักวันนี้ ความเป็นไปได้ที่แบงก์ชาติจะตัดสินใจปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% มาอยู่ที่ 2.00% ในการประชุม กนง.วันพรุ่งนี้ และความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะยกเลิก พรก.ฉุกเฉินฯ ที่จะหมดอายุในวันที่ 22 มี.ค.2557 ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ หรืออย่างช้าวันที่ 18 มี.ค.2557 ส่งผลให้เราเห็นการดีดตัวกลับระหว่างวันของ SET วานนี้ ขณะที่เราประเมินว่าในวันนี้ SET จะยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากมุมมองของนักลงทุนต่างชาติที่มองว่าความเสี่ยงทางการเมืองที่จะกระทบต่อ SET เริ่มจำกัดลงแล้ว สะท้อนออกมาจากการที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 6 ใน 7 วันหลังสุด และซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรเป็นวันที่ 5 วันติดต่อกันอีก 5.1 พันล้านบาทวานนี้ ดังนั้นการถอยตัวลงระหว่างวันหากไม่ต่ำกว่า 1,325 จุด SET ยังมีโอกาสเหวี่ยงตัวขึ้นในกรอบ 1,330-1,360 และ 1,360-1,430 จุดในช่วงที่เหลือของ มี.ค.2557

- สำหรับการลงทุนระยะไม่เกิน 1 เดือน จากสถานการณ์ทางการเมืองที่เราประเมินว่าจะจบที่การตัดสินให้รัฐบาลรักษาการสิ้นสภาพลง และมีโอกาสที่จะเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เข้ามาหมุนกลไกเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการคลังภายในครึ่งแรกของปี 2557 เราจึงแนะนำ ““Switch” โดยการทำกำไรหุ้นในกลุ่ม “S-T Trading” ชุดเดิม ได้แก่ JAS, PTTEP, DTAC, MINT, BH, CPALL และ TTCL ซึ่งตั้งแต่แนะนำ 11 ก.พ.2557 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +7.3% เทียบกับ SET ที่ +4.3% มายังหุ้น “Top Pick” ของกลุ่มที่มีสถิติให้ผลตอบแทน หรือปรับตัวขึ้นมากที่สุดหลังการชุมนุมครั้งใหญ่ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในปี 2551 ของกลุ่มพันธมิตรฯ และในปี 2553 ของกลุ่ม นปช. ยุติลง 1 เดือน ได้แก่ LH, PTTGC, RS, CPF, ITD, CPALL (คงไว้) และ JAS (คงไว้)

- กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังปิดเหนือ 1,325 จุดได้ แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ในกรอบ 1,330-1,360 จุด โดยมี 1,325 จุดเป็นจุด Cut Loss ในหุ้นกลุ่ม “S-T Trading” ชุดใหม่ของเราได้แก่ LH, PTTGC, RS, CPF, ITD, CPALL และ JAS ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น 50% ของพอร์ต” ในหุ้นกลุ่ม “Value Investing” ได้แก่ AP, SIRI, HEMRAJ, AAV, MAJOR, ESSO และ SAMART