"พลังงาน"เล็งลงนามความร่วมมือทางด้านพลังงานกับไออีเอ หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ชี้จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ประเด็นที่กระทรวงพลังงานเตรียมเอาไว้ที่จะลงนามความร่วมมือหรือเอ็มโอยู กับทบวงพลังงานระหว่างประเทศ(International Energy Agengy หรือIEA)คือเรื่องการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน ซึ่ง แนวโน้มในอนาคต ทางไออีเอ มีการคาดการณ์เอาไว้ว่า ความต้องการใช้พลังงานในภูมิภาคเอเซียจะมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นมากและมีความจำเป็นต้องนำเข้าพลังงานมาจากภมิภาคอื่น โดยความร่วมมือที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หลังจากที่ไทยมีรัฐบาลชุดใหม่ที่จะมีอำนาจเต็มแทนรัฐบาลรักษาการ จะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายทางด้านพลังงานในระยะยาว
ในช่วงเดือนตุลาคม 2556ที่ผ่านมา ทางไออีเอ มีการนำเสนอผลการศึกษา แนวโน้มพลังงานโลกในอนาคต ฉบับปี2556 (World Energy Outlook 2013) ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมการศึกษาทิศทางพลังงานในอนาคตของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ให้กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงพลังงานเข้าร่วมรับฟัง โดย ไออีเอ ประเมินภาพรวม เศรษฐกิจในอาเซียนจะเติบโตเกือบ3เท่าในปี 2578 จำนวนประชากรจะเพิ่มขึ้นกว่า25% ในขณะที่ความต้องการใช้พลังงานจะเพิ่มขึ้นสูงกว่า80% โดยความต้องการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินจะเพิ่มขึ้นกว่า3เท่าตัว และสัดส่วนถ่านหินสำหรับการผลิตไฟฟ้า จะเพิ่มสัดส่วนขึ้นจาก30%ในปัจจุบัน เป็น 50%
ผลการศึกษายังระบุด้วยว่า อาเซียน จะกลายเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ เป็นอันดับสี่ของโลก รองจาก จีน อินเดีย และ อียู โดยปริมาณการนำเข้าจะเพิ่มจาก1.9ล้านบาร์เรลต่อวันเป็น 5ล้านบาร์เรล ต่อวัน ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นคงด้านน้ำมันและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
โดยประเทศไทย ที่มีการนำเข้าพลังงานจำนวนมาก ทางไออีเอ ประเมินด้วยว่า ความต้องการใช้พลังงานจะขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 80% เทียบเท่าการขยายตัวของอาเซียน ซึ่งจะเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงพลังงาน ในการจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่ง หากประเทศไทย ไม่ดำเนินนโยบายในเรื่องของการเพิ่มการใช้ถ่านหิน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และแผนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการใช้พลังงานลง จะกลายเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงด้านพลังงานมากที่สุด ในอาเซียน ซึ่งปัจจุบันการวางแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือแผนพีดีพี ฉบับใหม่ ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ โดยต้องรอรัฐบาลชุดใหม่มาพิจารณาเช่นเดียวกัน









