วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 3-7 มีนาคม 2557

เงินบาทแข็งค่า ขณะที่ หุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น หลังนักลงทุนคลายกังวลทางการเมือง และต่างชาติเริ่มกลับเข้าซื้อหุ้นไทยอีกครั้ง

ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้

อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น

อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง ธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ รวมทั้งมีการตัดจ่ายเงินภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านระบบธนาคารในช่วงปลายสัปดาห์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.15% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.25% ทรงตัวเช่นกันจากสัปดาห์ก่อน

ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 11-14 มี.ค. 2557 อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นคงจะขึ้นอยู่กับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยธนาคารกสิกรไทยคาดว่า กนง. น่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องในการประชุมวันที่ 12 มี.ค. 2557

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.21% ในวันศุกร์ ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระดับ 3.22% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับลดลงในวันจันทร์ จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน แต่ทยอยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ตามตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงขายทำกำไร หลังปัจจัยกดดันการเมืองไทยคลายตัวลงบางส่วน อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนปรับลดลงในวันศุกร์ โดยมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.74% ในวันพฤหัสบดี เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับระดับ 2.65% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลงในวันจันทร์ จากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครน ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังผู้นำรัสเซียยืนยันว่าการใช้กำลังทหารต่อยูเครนจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ซึ่งช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนลง รวมทั้ง การที่รายงานสภาวะเศรษฐกิจของเฟด (Beige Book) ระบุว่าสภาวะอากาศที่เลวร้ายเป็นปัจจัยที่กดดันข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อันบ่งชี้ถึงความต่อเนื่องในการปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ของเฟด

ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)

เงินบาทแข็งค่าขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ โดยเงินบาทได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่มีสัญญาณผ่อนคลายลงบางส่วน ขณะที่ นักลงทุนต่างชาติก็พลิกกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรของไทย นอกจากนี้ ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ผ่อนคลายลงไปบางส่วน และทิศทางเงินหยวนที่ฟื้นตัวกลับมา ก็หนุนให้เงินเอเชียในภาพรวม และเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นด้วยเช่นกัน

ในวันศุกร์ (7 มี.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.25 เทียบกับระดับ 32.62 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (28 ก.พ.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (10-14 มี.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ ผลการประชุมกนง. (12 มี.ค.) ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ สต็อกสินค้าภาคค้าส่ง/ภาคธุรกิจเดือนม.ค. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคานำเข้าและส่งออก งบประมาณของรัฐบาลกลางเดือนก.พ. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภครายงานโดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกน เบื้องต้นสำหรับเดือนมี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดอาจจับตาสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างยูเครนและรัสเซีย รวมถึงสัญญาณความอ่อนแอของประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ด้วยเช่นกัน

เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรแข็งค่าขึ้นช่วงปลายสัปดาห์ ทั้งนี้ เงินยูโรร่วงลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ท่ามกลางสัญญาณความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้น หลังจากรัสเซียเคลื่อนกำลังทหารเข้าไปยังเขตปกครองตนเองไครเมียของยูเครน อย่างไรก็ดี เงินยูโรสามารถฟื้นตัวกลับมาอย่างแข็งแกร่งในช่วงท้ายๆ สัปดาห์ เนื่องจากประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวภายหลังการประชุมที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25% ว่า ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของยูโรโซน ยังคงสะท้อนทิศทางการฟื้นตัว ซึ่งทำให้ยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน ณ ขณะนี้

เงินเยนอ่อนค่าลง หลังจากแข็งค่าขึ้นช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย สวนทางกับแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดระหว่างยูเครนและรัสเซีย อย่างไรก็ดี เงินเยนทยอยล้างช่วงบวก และกลับมาอ่อนค่าลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ หลังรัสเซียถอนกำลังทหารจากชายแดนยูเครนบางส่วนกลับฐานทัพ ประกอบกับมีแรงขายเงินเยนจากปัจจัยทางเทคนิคในระหว่างสัปดาห์ นอกจากนี้ การปรับตัวลงของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ก็หนุนให้เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้น ก่อนการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ

ในวันศุกร์ (7 มี.ค.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3900 เทียบกับ 1.3802 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (28 ก.พ.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 102.95 เทียบกับ 101.80 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า

ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย

ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้น หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยทางการเมืองลง ขณะที่ต่างชาติเริ่มกลับเข้าซื้อหุ้นไทยอีกครั้ง โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,355.08 จุด เพิ่มขึ้น 2.24% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 34.38% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 32,554.20 ล้านบาท โดย นักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ ขณะที่ นักลงทุนรายย่อยและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 391.09 จุด เพิ่มขึ้น 3.89% จากสัปดาห์ก่อน

ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงระหว่างสัปดาห์รับข่าวการคืนพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ที่ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนลงส่วนหนึ่ง ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อสุทธิหุ้นไทยอีกครั้ง ซึ่งช่วยหนุนนำการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 10-14 มี.ค. 2557 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีอาจเผชิญกับความผันผวนและอาจมีแรงขายทำกำไร โดยต้องจับตาการประชุม กนง. ในวันที่ 12 มี.ค. 57 ขณะที่ สหรัฐฯ มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้ผลิตและความเชื่อมั่นผู้บริโภค ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,330 และ 1,319 ขณะที่ แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,366 และ 1,374 ตามลำดับ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ดัชนี DJIA ปรับเพิ่มขึ้น หลังตวามตึงเครียดในยูเครนคลายตัวลง โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ดัชนี DJIA ปิดที่ 16,421.89 จุด เพิ่มขึ้น 0.61% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับร่วงลงในวันจันทร์ หลังจากรัฐสภารัสเซียอนุมัติเรื่องการส่งทหารเข้าไปในยูเครน แต่ฟื้นตัวขึ้นในวันอังคารหลังถ้อยแถลงของผู้นำรัสเซียช่วยให้ตลาดคลายความวิตกเกี่ยวกับการเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียและยูเครน จากนั้น ดัชนี DJIA ปรับลดลงอีกครั้งในวันพุธ จากข้อมูลภาคบริการสหรัฐฯที่อ่อนแอกว่าคาด อย่างไรก็ดี แรงหนุนจากข้อมูลการจ้างงานรายสัปดาห์ ที่ปรับตัวดีขึ้น ช่วยหนุนให้ตลาดปรับเพิ่มขึ้นในวันพฤหัสบดี

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ดัชนี Nikkei ปรับเพิ่มขึ้น หลังนักลงทุนคลายความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครนลง โดยเมื่อวันศุกร์ ดัชนี Nikkei ปิดที่ 15,274.07 จุด เพิ่มขึ้น 2.92% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับร่วงลงในวันจันทร์ จากความกังวลต่อการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ระหว่างรัสเซีย และชาติตะวันตก ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ หลังสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครนคลายตัวลง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังได้รับแรงบวกจากปัจจัยต่างๆ อาทิ ข่าวการลงทุนของกองทุนการลงทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (GPIF) ของญี่ปุ่น รวมทั้ง การอ่อนค่าลงของเงินเยน ซึ่งสร้างมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้น