หวดอัตโนมัติ "รัชภัฏ"นวัตกรรม เพื่อชุมชน

หวดอัตโนมัติ "รัชภัฏ"นวัตกรรม เพื่อชุมชน

“หวดอัตโนมัติ” ภาชนะนึ่งข้าวเหนียวที่ใช้กับหม้อหุงข้าวไฟฟ้าได้ คือการใช้นวัตกรรม มาสืบทอดภูมิปัญญาและแก้ปัญหาชุมชนอย่างยั่งยืน

การนึ่งข้าวเหนียวสำหรับลูกอีสานขนานแท้ คงเป็นแค่เรื่อง “ผิวๆ” แต่ลองให้คนต่างถิ่น ที่ไม่เคยคุ้น ได้นึ่งข้าวเหนียวกับหวดโบราณดู รับรองว่างานนี้ไม่ใครสักคนมีต้อง “ยงธงขาว”

ขณะที่วิถีชีวิตผู้คนยุคใหม่ ทั้งเร่งรีบ วุ่นวาย ต่อให้คนชนบทจะเคลื่อนย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกันมากขึ้น แต่การจะให้มาจุดเตานึ่งข้าวเหนียวเหมือนในอดีต ก็คงเป็นอะไรที่ “ยาก”

..ทว่าถ้าจะทำเมินเฉย ภูมิปัญญาดีๆ ของไทย ก็มีแต่จะสูญหาย..

นี่เองที่สะกิดไอเดีย “รัชภัฏ พรพันธุ์” คนช่างประดิษฐ์ ให้คิดออกแบบ “หวดอัตโนมัติ” ที่สามารถใช้กับหม้อหุงข้าวไฟฟ้าได้ เพื่อตอบโจทย์การใช้งาน ที่ง่าย ปลอดภัย แถมยังเก็บ “รสชาติ” และ “ความรู้สึก” แบบดั้งเดิมไว้ได้เต็มเมล็ดข้าว

“ผมเป็นคนชลบุรี ย้ายมาอยู่ทางอีสาน รู้เลยว่าการนึ่งข้าวเหนียวนี่ค่อนข้างยากนะ และมีหลายขั้นตอน เลยคิดว่าน่าจะทำอะไรขึ้นมาสักอย่าง เพื่อให้คนภาคอื่น หรือคนเมือง แม้แต่ชาวต่างชาติสามารถนึ่งข้าวเหนียวได้ง่ายๆ และปลอดภัย”

นักประดิษฐ์จากต่างถิ่น อาจเข้าใจเรื่องนวัตกรรม และรู้ทางออกของปัญหา แต่กับการทำ “หวด” มันห่างไกลความสามารถของเขา ที่มาของการลงพื้นที่เพื่อหา “กระบี่มือหนึ่ง” ด้านงานจักรสานไม้ไผ่แห่งภาคอีสาน

“ผมทำต้นแบบขึ้นมา แล้วให้ชาวบ้านที่หนองขอน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นคนสานขึ้นรูปให้ เพราะเขามีฝีมือทางด้านนี้ ในการทำงานผมจะคิดนวัตกรรมแบบท้องถิ่น เพราะเชื่อว่า ถ้านวัตกรรมออกมาจากท้องถิ่น แล้วเอาไปขายคนเมือง ก็จะสามารถนำเงินจากคนเมือง มากระจายรายได้สู่ท้องถิ่นได้ และยังสร้างความคิด ความสามัคคีให้กับชุมชนได้อีกด้วย” เขาสะท้อนความคิดที่เป็นจุดยืนของธุรกิจในวันนี้

การมาถึงของ “หวดรัชภัฏ” เป็นเรื่องท้าทายของชาวหนองขอน ไม่ใช่เพราะต้องทำอะไรที่แปลกใหม่ เพราะสำหรับงานสานไม้ไผ่ พวกเขาถนัดมาตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว แต่ที่ว่าท้าทาย ก็คือ การต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานแบบใหม่ ไม่ใช่วิถีบ้านๆ แต่คือการทำงานที่เป็นระบบ และ “มืออาชีพ” มากขึ้น เพราะตลาดหลักของพวกเขา คือ ขายในเซเว่นแคตตาล็อก ของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ ฉะนั้นสิ่งที่ต้องมีมากกว่าฝีมือ คือคุณภาพมาตรฐานสินค้า รวมถึง ต้องทำส่งให้ทันเวลาที่กำหนดด้วย

“ชาวหนองขอน สานกระติ๊บกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ว่างจากทำนา เราก็มาสานกระติ๊บ เรียกว่าทำเป็นกันทุกบ้านอยู่แล้ว ซึ่งหวดก็ลายเดียวกับกระติ๊บ จึงไม่ได้ยากอะไร เพียงแต่ด้วยความที่คนสนใจกันเยอะมาก ตั้งแต่ทำมายอดสั่งเพิ่มขึ้นตลอด จนเราทำกันไม่ทัน พอทำได้ช้าลง ก็ต้องเรียกสมาชิกมาประชุมกัน และเริ่มมีการวางแผน เพื่อที่จะทำส่งให้ทันเวลา”

“ระลึก ซื่อสัตย์” ประธานกลุ่มสตรีจักรสานไม้ไผ่ หมู่ที่ 6 ต.หนองขอน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เบื้องหลังหวดสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังได้รับการตอบอย่างมหาศาลในวันนี้ เธอและสมาชิกกลุ่มทั้ง 16 ชีวิต บอกเล่าวิธีการทำงานแบบใหม่ ที่เริ่มมีการวางแผนและกระจายงาน ไปสู่ชุมชนใกล้เคียงรวมถึงจังหวัดอื่นๆ ด้วย

การทำงานไม่ใช่อารมณ์เช้าชามเย็นชามหรือ ทำเท่าที่ได้ แต่การมีออเดอร์ขนาดใหญ่ หรือประมาณ 700 ชิ้น ต่อหนึ่งเล่มแคตตาล็อก (2 เดือน) คือ “คำมั่นสัญญา” ที่พวกเขาต้องรับผิดชอบต่อลูกค้า จึงมีการแบ่งงานออกเป็นส่วนๆ เพื่อให้สามารถทำชิ้นงานได้เร็วขึ้น อย่างคนหนึ่งสาน คนหนึ่งทำฐาน คนหนึ่งประกอบ และไม่ว่าจะทำมาจากที่ไหน สุดท้ายก็ต้องมาประกอบในที่เดียวคือ หนองขอน เพื่อควบคุมคุณภาพก่อนส่งขายเซเว่นฯ

ขณะที่เพื่อกระตุ้นให้ได้จำนวนชิ้นงานที่มากขึ้น ในช่วงออเดอร์ล้น ก็ต้องจูงใจด้วยการจ่ายผลประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้น เช่น ถ้าทำได้ตามเป้าหมายก็จะมีการจ่ายค่าจ้างต่อชิ้นที่เพิ่มขึ้น นี่คือการทำงานแบบธุรกิจที่ชาวหนองขอนค่อยๆ เรียนรู้ แม้แต่เรื่องความซื่อสัตย์ในการทำธุรกิจ

“ที่ผ่านมา ก็มีหลายคนเข้ามาในหมู่บ้าน เพื่อขอให้ชาวบ้านทำโน่นทำนี่ให้ อย่างงานสานกล่องใบเล็กๆ ก็บอกชาวบ้านไปว่า แม้งานที่ได้มา จะทำง่ายแค่ไหน แต่เราไม่ต้องไปสนใจ เพราะเรามีงานของเราอยู่แล้ว ทำการค้าก็ต้องซื่อสัตย์ต่อกันนะ”

ประธานกลุ่มสตรีจักรสานฯ บอกจุดยืนในฐานะคนผลิต ที่ยึดคำ “ซื่อสัตย์” ไว้เป็นหัวใจ รับปากใครก็ต้องทำให้คนนั้น

“หวดรัชภัฏ” คือ นวัตกรรมจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่ได้รับการคัดสรรให้เป็นหนึ่งในสินค้านับ 6,900 รายการ ในระบบเซเว่นแคตตาล็อก ได้ยินคำว่า “นวัตกรรม” หลายคนอาจคิดว่า มันคงต้องมีราคาแพงแน่ๆ แต่ใครจะคิดว่า ราคาขายปลีกที่เซเว่นฯ ทั้ง 3 ขนาด จะอยู่ที่ใบละ 199 บาท เท่านั้น ขณะที่ต้นทุนถึง 80% ก็คือ เงินที่จ่ายให้กับชุมชน

“รายได้ที่เราให้กับกลุ่มชาวบ้าน คือ 80% ปีที่ผ่านมา (2556) เรามียอดขายอยู่ประมาณ 7 แสนบาท ซึ่ง 80% คือที่ลงกับชาวบ้าน ที่ให้ชาวบ้านเยอะ และยังขายถูกอีก เพราะผมรู้สึกว่า ไม่อยากใช้โอกาส ผมเหมือนยืนอยู่สองฝั่ง ระหว่าง ผู้ซื้อ และคนผลิต ผมต้องเข้าใจความรู้สึกของผู้ซื้อ ที่ต้องการได้สินค้าดี ปลอดภัย ในราคาจับต้องได้ ขณะเดียวกันก็ต้องลงไปดูชาวบ้านด้วยว่า เขาต้องทำมากแค่ไหน และต้องได้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผลเช่นเดียวกัน”

“รัชภัฏ” นักประดิษฐ์และเจ้าของแบรนด์ “รัชภัฏ” บอกจุดยืนในการทำธุรกิจ ซึ่งล้วนเป็นหัวใจที่จะนำความยั่งยืนและมั่นคงมาสู่กิจการเล็กๆ ของเขา โดยยกตัวอย่าง การที่เลือกใช้หวายจากธรรมชาติ มาใช้เชื่อมยึดตัวหวด แทนที่จะเป็นเชือกไนล่อนซึ่งใช้กันอยู่ทั่วไป เพราะมองว่าอาจเป็นอันตรายต่อผู้ซื้อเมื่อโดนความร้อน เหล่านี้เป็นต้น

อานิสงห์จากการมาถึงของ “24 Shopping” (บริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด) น้องใหม่ในกลุ่มซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น ที่รุกตลาดออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ก็ช่วยขยับโอกาสสินค้ากลุ่มเซเว่นแค็ตตาล็อก ให้มีหนทางทำเงินได้มากขึ้น และแน่นอนว่า หนึ่งผู้รับโอกาส ก็คือ หวดอัตโนมัติจากหนองขอน พวกเขาเลยตั้งเป้าที่ทำจะทำยอดขายในปีนี้เติบโตถึง 80% และวางแผนกระจายแหล่งผลิตให้มากขึ้น เพื่อที่จะสามารถรับออเดอร์ได้มากขึ้นในอนาคต

โดยตั้งเป้าที่จะผลิตให้ได้ประมาณ 1 พันชิ้นต่อเดือน รวมถึง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่าง “กระติ๊บเก็บความร้อนรักษ์โลก” ซึ่งเป็นการเอาเศษวัสดุที่เหลือจากการทำหวด มาอัดติดผนังกระติ๊บเพื่อให้เก็บความร้อนได้นานขึ้น เป็นต้น

"ใครที่จะมาสานต่อธุรกิจนี้ ก็ต้องมีแนวคิดเช่นเดียวกันนี้ มันถึงจะไปด้วยกันได้ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมผมไม่มีหุ้นส่วน เพราะผมกลัวว่า มันจะธุรกิจเกินไป อย่างผมมันก็ลูกชาวบ้านเกินไป ซึ่งมันไม่ได้ดีนะ แต่ก็ต้องค่อยๆ ทำกันไป และทำให้ธุรกิจนี้อยู่ได้ และเป็นภูมิปัญหาที่จะอยู่กับคนที่นี่ ไม่ใช่ของผม”

เขาบอกความคาดหวังของการให้หวดนวัตกรรม ซึ่งเกิดที่นี่ ได้ตกเป็นมรดกของชุมชน ไม่ใช่เป็นของคนพื้นที่ไหน และวางแผนที่จะขยายกำลังการผลิตให้มากขึ้น รวมถึงสินค้าใหม่ๆ ที่ยังคงมีจุดยืนชัด ว่าต้องเป็นนวัตกรรมจากภูมิปัญญา

ผลิตภัณฑ์น้ำดี ที่เดินทางออกจากชุมชน ไปขายคนเมือง แล้วกระจายรายได้จากสังคมเมือง กลับคืนสู่ชุมชนในที่สุด