วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทิสโก้คงเป้าดัชนีปีนี้ที่1,400จุดจีดีพี2.5%

บลจ.ทิสโก้ คงเป้าดัชนีปีนี้ที่ 1,400 จุด ฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง หากการเมืองจบครึ่งปีแรก ชูกลุ่มส่งออกยังน่าสนใจ คาดจีดีพีทั้งปีโต 2.5%

นายคมศร ประกอบผล นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้ กล่าวว่า บริษัทคงเป้าดัชนีหุ้นไทยในปีนี้มีโอกาสจะปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1,400 จุด โดยที่ดัชนีจะมีการปรับตัวฟื้นขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง หากสถานการณ์ทางการเมืองสามารถที่จะคลี่คลายลงได้ในช่วงครึ่งปีแรก โดยมองว่าในช่วงครึ่งปีแรกที่มีปัญหาความไม่สงบทางการเมือง จะส่งผลให้ดัชนียังคงมีความผันผวน แต่จะอยู่ในกรอบแคบ ๆ เท่านั้น เนื่องจากที่ผ่านมาตลาดมีการปรับตัวรับข่าวไปมากแล้ว โดยที่กระแสเงินยังคงมีการไหลออกอย่างต่อเนื่อง แต่จะเป็นไปในลักษณะที่ทยอยไหลออกเพียงเล็กน้อย และอาจจะมีแรงซื้อที่เบาบางสลับเข้ามาบ้าง โดยกลุ่มส่งออกยังคงเป็นกลุ่มที่น่าสนใจจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่อย่างไรก็ตามมองว่าตลาดหุ้นไทยเริ่มมีระดับราคาที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดเอเชีย โดย P/E ของไทยอยู่ที่ประมาณ 13 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดเอเชียที่อยู่ที่ 11.5 เท่า

"ดัชนี 1,400 จุดของหุ้นไทยน่าจะเห็นได้ในช่วงครึ่งปีหลัง หากการเมืองจบได้ แต่ตลาดบ้านเราเริ่มเทรดในราคาที่สูงกว่าตลาดอื่นในเอเชียแล้ว ไม่ได้ถูก โดยที่กลุ่มส่งออกยังคงน่าสนใจเพราะจะอิงกับปัจจัยภายนอกมากกว่า' นายคมศรกล่าว

ด้านนายพิชา รัตนธรรม หัวหน้าสายธุรกิจธนบดี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทิสโก้ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกปีนี้คาดว่าจะติดลบ 0.7% จากปัญหาความไม่สงบทางการเมือง ส่วนทั้งปีนี้คาดว่าจะโตได้ที่ 2.5% หากสถานการณ์ทางการเมืองไม่ยืดเยื้อไปกว่านี้ โดยมองว่ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารอาจจะยังไม่มีการกระตุ้นภาคการลงทุนที่ชัดเจน เนื่องจากมีความต้องการที่จะปฎิรูปประเทศเป็นลำดับแรก ไม่สามารถที่จะกำหนดนโยบายการลงทุนในโครงการใหญ่ ๆ ได้ ประกอบกับการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงจากการที่ไม่สามารถแต่งตั้งคณะกรรมการสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ ซึ่งส่งผลให้มีการลงทุนจากภาคเอกชนค้างอยู่กว่า 5 แสนล้านบาท แต่หากสถานการณ์ทางการเมืองสามารถจบลงได้เร็วก่อนในช่วงครึ่งปีแรก และสามารถมีรัฐบาลใหม่ได้เร็วเพื่อมากำหนดนโยบายการลงทุน

"GDP ไทยมีโอกาสโตได้ถึง 3% แต่ในทางกลับกัน หากปัญหาการเมืองเดินหน้าไปสู่ความรุนแรง และยืดเยื้อ จะทำให้ GDP ไทยโตได้เพียงแค่ 2% จากภาคการส่งออกเท่านั้นที่เป็นตัวหลักในการ"