7 องค์กรภาคเอกชน หนุนทุกฝ่ายหันหน้าเจรจากัน เพื่อนำความสงบมาสู่ประเทศโดยเร็ว ระบุให้นึกถึงประโยชน์ของชาติและความสามัคคีเป็นที่ตั้ง
แถลงการณ์ของ 7 องค์กรภาคเอกชน ซึ่งประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ระบุว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยได้ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นอันมาก แม้กระทั่งชีวิตของเด็กและประชาชนผู้บริสุทธิ์ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งครั้งนี้ รวมทั้งทำให้เกิดความแตกแยก ร้าวลึกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ความเสียหายในด้านเศรษฐกิจขณะนี้ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงแล้ว โดยเฉพาะต่อฐานรากของเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วย ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก เกษตรกร และผู้ใช้แรงงาน ซึ่งไม่อยู่ในฐานะที่จะรองรับความสูญเสียอย่างยืดเยื้อได้ นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสูญเสียขีดความสามารถและโอกาสในการแข่งขันในเวทีภูมิภาค
"ดังนั้น การที่หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้แสดงเจตนาที่จะเริ่มการเจรจาจึงเป็นนิมิตหมายที่ดี 7 องค์กรภาคเอกชนจึงขอสนับสนุนให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าเจรจาด้วยความจริงใจเพื่อยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด 7 องค์กรภาคเอกชนเห็นว่าการเจรจาที่จะประสบความสำเร็จจะต้องยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติ และความสามัคคีปรองดองของประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยไม่ควรสร้างเงื่อนไขที่จะทำให้อุปสรรคต่อการเริ่มการเจรจา "
7 องค์กรภาคเอกชนมีความเชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายมีความรักประเทศชาติและมีความประสงค์ที่จะเห็นครอบครัว และทุกภาคส่วนของสังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและยั่งยืน เพื่อให้ประเทศชาติก้าวไปข้างหน้า ซึ่งจะเป็นจุดร่วมสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของการเจรจาครั้งนี้









