วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส่งออกซบฉุดเศรษฐกิจม.ค.หดตัว

ส่งออกซบฉุดเศรษฐกิจม.ค.หดตัว การเมืองยื้อกระทบท่องเที่ยว

ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานเศรษฐกิจเดือนม.ค.2557 ภาพรวมยังหดตัวตามภาวะส่งออก ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากการเมืองที่ยืดเยื้อ เช่นเดียวกับภาคครัวเรือนที่เพิ่มความระมัดระวังการใช้จ่ายส่งผลให้การบริโภค การลงทุน และการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังคงอ่อนแอ ส่วนความเชื่อมั่นทางธุรกิจปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากเดือนธ.ค.ผลจากคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมดีขึ้น

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการ ฝ่ายนโยบาย เศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การส่งออกสินค้ามีมูลค่า 17,656 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 1.5% จากระยะเดียวกันปีก่อน ตามการหดตัวของ การส่งออกยานยนต์ที่อุปสงค์จากประเทศในภูมิภาคอาเซียนและออสเตรเลียชะลอลง และ การส่งออกสินค้าประมงและสินค้าเกษตรแปรรูปที่ยังเผชิญปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจากโรคระบาดในกุ้งและ การส่งออกสินค้าเกษตรทั้งข้าวและยางพาราจากผลของราคาที่ลดลงเป็นสำคัญ เนื่องจากจีนลดการนำเข้าหลังจากที่เร่งนำเข้าไปแล้วในช่วงก่อนหน้า

นอกจากนี้ การส่งออกเหล็กและโลหะได้รับผลของฐานสูงในปีก่อนที่ได้รับผลดีจากการยกเลิกมาตรการทุ่มตลาดของประเทศคู่ค้า อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าบางหมวดอาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมทั้งปิโตรเคมี ปรับดีขึ้นต่อเนื่องตามทิศทางการฟื้นตัวของอุปสงค์จากต่างประเทศ

โดย ธปท.ประเมินว่า การส่งออกของไทยในปีนี้ น่าจะขยายตัวได้ ในระดับ 5% จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 7% ในครั้งล่าสุด โดยการส่งออกในเดือนม.ค. หดตัวตามการส่งออกยานยนต์ที่ลดลง ตามอุปสงค์ของอินโดนีเซีย และออสเตรเลีย ซึ่งการส่งออกยานยนต์ที่ลดลงในเดือนม.ค. ถือว่าผิดคาดจากที่ธปท.คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการส่งออกยานยนต์ในช่วงที่เหลือของปี จะยังขยายตัว ได้ตามที่ผู้ประกอบการตั้งเป้าหมายไว้

"การส่งออกสินค้าในบางหมวด เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง ตามอุปสงค์ที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจโลก เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรและ อุปกรณ์ รวมทั้งปิโตรเคมี "

ส่วน ภาคการท่องเที่ยวชะลอตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน โดยได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางการเมืองมากขึ้นและจากการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศในเดือนนี้มีจำนวน 2.3 ล้านคนขยายตัว 0.1% จากระยะเดียวกันปีก่อน ชะลอลงจากที่ขยายตัว 6.7% ในเดือนก่อน ตามการลดลง ของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียเป็นสำคัญ อาทิ จีนและมาเลเซีย

การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนมีทิศทางทรงตัวจากเดือนก่อน เนื่องจากประชาชนยังระมัดระวังในการใช้จ่าย ประกอบกับความเชื่อมั่นของครัวเรือนและธุรกิจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองแต่หากเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนทั้งการบริโภคและการลงทุนหดตัว

โดยดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนหดตัว 1.5% ตามการใช้จ่ายในสินค้าคงทนโดยเฉพาะยานยนต์ที่หดตัวจากฐานที่สูงในปีก่อนและความต้องการซื้อยานยนต์ใหม่ที่น้อยลงเป็นสำคัญ ขณะที่การใช้จ่ายสินค้าไม่คงทนหดตัวในบางหมวดโดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย สำหรับดัชนีการลงทุนภาคเอกชนหดตัว 8.6% จากระยะเดียวกันปีก่อนตามการลงทุนทั้งในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์และในหมวดก่อสร้าง เนื่องจากผู้ประกอบการบางส่วนเลื่อนการลงทุนออกไปเพื่อรอประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมือง

อุปสงค์โดยรวมที่อ่อนแอส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัวจากเดือนก่อน แต่หากเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัว 6.4% ส่วนใหญ่เป็นผลจากการผลิตที่ลดลงของ

1) ยานยนต์ที่ได้เร่งผลิตไปมากในปีก่อน ประกอบกับคำสั่งซื้อต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นไม่เพียงพอที่จะชดเชยคำสั่งซื้อในประเทศที่ลดลง

2) เบียร์ที่ผลิตลดลงตามยอดขายที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

3) กุ้งแช่แข็งที่ยังประสบปัญหาโรคระบาดอุปสงค์โดยรวมที่ชะลอตัวต่อเนื่องส่งผลให้การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าทุน วัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน ประกอบกับการนำเข้าทองคำลดลงมาก ส่งผลให้การนำเข้าโดยรวมมีมูลค่า 18,405 ล้านดอลลาร์ หดตัว 12.9% จากระยะเดียวกันปีก่อน แต่เมื่อหักการนำเข้าทองคำจะทำให้การนำเข้าหดตัว 2.3%

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนม.ค.อยู่ที่ 45.4 เพิ่มขึ้นจาก 45.0 ในเดือนธ.ค.โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อมั่นที่ดีในด้านการลงทุน แต่ความเชื่อมั่นดังกล่าวปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจากต้นปีก่อน

ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ทั้งภาคอุตสาหกรรม และภาคที่มิใช่อุตสาหกรรม ในด้านคำสั่งซื้อในประเทศและต่างประเทศ, การผลิต, ผลประกอบการ และต้นทุนการผลิต ก็ปรับลดลงด้วย ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่น ยังต่ำกว่าระดับ 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจใน 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งสำรวจในเดือน ม.ค.อยู่ที่ 52.0 จาก 52.7 ที่สำรวจเมื่อเดือน ธ.ค. แต่ผู้ประกอบการ เชื่อมั่นว่า ภาวะธุรกิจโดยรวมจะปรับดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปัจจุบัน จากความ เชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมเป็นสำคัญ โดยเฉพาะด้านการผลิต ขณะที่ผู้ประกอบการในภาคที่มิใช่อุตสาหกรรม คาดว่าภาวะธุรกิจ จะยังทรงตัวใกล้เคียงกับปัจจุบัน จากความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อที่ยังไม่ดีขึ้น

รายได้เกษตรกรขยายตัว 6.6 % จากระยะเดียวกันปีก่อน จากผลทั้งทางด้านราคาและผลผลิตโดยราคาขยายตัวตามราคาปาล์มน้ำมันและมันสำปะหลังที่ปรับสูงขึ้นตามความต้องการในการผลิตพลังงานทดแทน รวมทั้งราคากุ้งและปศุสัตว์ที่ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ อย่างไรก็ดี ราคาข้าวยังคงลดลงตามราคาในตลาดโลกเนื่องจากผลผลิตของประเทศผู้ผลิตสำคัญเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีการระบายสต็อกข้าวของทางการไทยส่วนราคายางพาราปรับลดลงเนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ในขณะที่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจากจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าหลักยังไม่มากพอที่จะทำให้ราคาปรับขึ้นได้ สำหรับผลผลิตทางการเกษตรขยายตัวตามผลผลิตข้าวและมันสำปะหลังที่ปริมาณน้ำและภูมิอากาศเอื้ออำนวย รวมถึงผลผลิตยางพาราที่เพิ่มขึ้นตามการ

ขยายพื้นที่เพาะปลูกในช่วงก่อนหน้า

ภาครัฐใช้จ่ายโดยรวมเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน ตามการเบิกจ่ายค่าจ้างและเงินเดือน รวมทั้งค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการของรัฐบาลที่สามารถเบิกจ่ายได้ตามปกติ ขณะที่รายจ่ายลงทุนบางส่วนล่าช้าออกไปเพราะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง สำหรับรายได้นำส่งลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อนตามภาษีสรรพสามิต สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ลดลงจากการปรับโครงสร้างภาษีที่มีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้ปี 2556 รายจ่ายที่มากกว่ารายได้ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินสด 70.5 พันล้านบาท

สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.93% ตามการส่งผ่านต้นทุนก๊าซหุงต้ม (LPG) และเครื่องประกอบอาหารไปยังราคาอาหารสำเร็จรูป การว่างงานอยู่ในระดับต่ำดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลจากการเกินดุลบริการ รายได้และเงินโอน ดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุลจากการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นจากต่างประเทศของสถาบันรับฝากเงินและการขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติเป็นสำคัญ