วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

แท็งก์น้ำอีสท์วอเตอร์แตกไม่กระทบน้ำตะวันออก

"ส.อ.ท." มั่นใจเหตุแท็งก์น้ำของบ.อีสท์วอเตอร์แตกไม่ส่งผลกระทบความมั่นคงของปริมาณน้ำที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือนในภาคตะวันออก

นายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันน้ำเพื่อความยั่งยืน กล่าวถึงกรณีแท็งก์น้ำขนาดใหญ่ของบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด หรืออีสท์วอเตอร์ ที่จังหวัดชลบุรี แตกว่า เหตุเกิดขึ้นกับระบบเก็บและส่งน้ำขนาด 6,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นระบบจ่ายน้ำด้วยแรงโน้มถ่วงที่บริษัทเตรียมไว้ใช้ส่งน้ำในกรณีระบบจ่ายน้ำด้วยกระแสไฟฟ้ามีปัญหา และเหตุที่เกิดขึ้นยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของปริมาณน้ำที่จะจ่ายให้กับภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือนในภาพรวม

ทั้งนี้ เพราะโดยภาพรวมแล้วปริมาณน้ำสำรองในแหล่งกักเก็บน้ำสำคัญที่จังหวัดระยอง เช่น ดอกกรายและประแส ยังคงมีปริมาณน้ำมากถึงร้อยละ 70-80 ของความจุ จึงยังมีน้ำเพียงพอที่จะสร้างความมั่นคงของปริมาณน้ำในภาพรวมที่จะให้บริการในพื้นที่ภาคตะวันออก อีกทั้งแหล่งน้ำในจังหวัดชลบุรีจากการตรวจสอบเมื่อวานนี้พบว่ามีปริมาณน้ำในแหล่งเก็บมากกว่าช่วงปกติของทุกปีด้วย จึงมั่นใจว่าปีนี้ภาคตะวันออกจะไม่เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำที่จะป้อนให้กับภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน

สำหรับปัญหาภัยแล้งนั้น ยอมรับว่าภาคกลางแม่น้ำเจ้าพระยามีปัญหาน้ำเค็มจากทะเลไหลย้อนจริง ซึ่งการประปานครหลวง (กปน.) ได้ขอให้กรมชลประทานปล่อยน้ำในเขื่อนเข้ามาเพื่อผลักให้น้ำเค็มออกไปสู่ทะเลแล้ว และ กปน. ยืนยันว่าน้ำที่ให้บริการประชาชนสามารถบริหารให้มีคุณภาพตามมาตรฐานจนถึงเดือนพฤษภาคมปีนี้ ซึ่งเข้าสู่ฤดูฝน