"สมชัย"เตือนรัฐขอใช้งบกลาง 2 หมื่นล้าน เป็นการขอยืมเงิน ต้องพิจารณาเป็นการก่อภาระผูกพันหรือไม่
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (25 ก.พ.)เห็นชอบให้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 เงินงบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นทุนหมุนเวียน โครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2556/57 วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ที่ยังไม่ได้รับเงินจากการรับจำนำข้าว โดยวันนี้ (26 ก.พ.) ครม.จะส่งมติเรื่องนี้ไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณา หาก กกต.เห็นว่าสามารถดำเนินการได้ก็จะเร่งจ่ายเงินชาวนาทันที
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า รัฐบาลใช้ความพยายามทุกวิธีทางในการหาเงินมาจ่ายชาวนา ที่ยังไม่ได้รับเงินประมาณ 1.3 แสนล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ยังคงมีเป้าหมาย ที่จะระบายข้าวให้ได้เงินเดือนละ 8,000 ล้านบาท ส่วนกระทรวงการคลัง ก็มีแผนที่จะจัดหาเงินจากแหล่งต่างๆ เช่น กู้เงินและการออกพันธบัตรให้ได้เงิน 1 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การทำงานของกระทรวงการคลังมีขั้นตอนต่างๆ ต้องใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ดังนั้นระหว่างเดือนมี.ค. - เม.ย.นี้ หากใช้เงินจากการระบายข้าวจากกระทรวงพาณิชย์จะได้ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท ไม่สามารถจ่ายให้กับชาวนาที่ได้รับผลกระทบมากนัก ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องขออนุมัติงบกลาง
ยันได้เงินกู้ พร้อมคืนงบกลางทันที
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า การขออนุมัติงบกลางเป็นการขอยืมมาใช้เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนก่อน หลังจากที่ได้รับเงินที่กระทรวงการคลังจัดสรร หรือระบายข้าวได้เพิ่มเติม ก็จะส่งคืนให้กับสำนักงบประมาณ ทั้งนี้สำนักงบประมาณรายงานว่า ขณะนี้ยังมีงบกลาง เหลืออยู่ 6-7 หมื่นล้านบาท การนำงบกลางมาหมุนเวียนจ่ายให้กับชาวนาครั้งนี้จะไม่กระทบกับแผนการใช้งบกลางในอนาคต
“รัฐบาลคิดหลายวิธี ใช้ความพยายามหลายทางในการหาเงิน จนได้วิธีนี้ซึ่งก็เหมาะสม เท่ากับใช้งบ เรามีเงินอยู่ในมือเมื่อรวมกับเงินที่ได้จากการระบายข้าวในรอบเดือน 1.6 หมื่นล้านบาท กับงบกลางอีก 2 หมื่นล้านบาท เท่ากับมีเงินในมือ 3.6 หมื่นล้านบาท บริหารจัดการจ่ายให้กับชาวนาได้ ถือว่าสบายใจขึ้น คือว่าไม่น่าจะถูกขัดขวางในการจ่ายเงินอีก หลังจาก กกต.เห็นชอบ” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
ทั้งนี้ ในการจ่ายเงินแก่ชาวนา ธ.ก.ส. มีระบบการจ่ายอยู่แล้ว จึงไม่สามารถบอกได้ว่าชาวนากลุ่มใดจะได้เงินก่อนหรือหลัง ชาวนาทั่วประเทศที่มีใบประทวนมีสิทธิจะได้เงินค่าข้าวตามลำดับใบประทวนที่ถืออยู่ ซึ่ง ธ.ก.ส.มีหน้าที่ดูแลในส่วนนี้
ดิ้นขายข้าวจีน จีทูจีล้านตัน
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยเข้าพบ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โดยหารือความร่วมมือระหว่างจีนกับไทย กรณีที่จีนต้องการซื้อข้าวจากไทยปีละ 1 ล้านตัน เป็นความร่วมมือกรอบเดิมครั้งที่ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเยือนไทยเมื่อปีที่ผ่านมา โดยจีนต้องการซื้อข้าวจากไทยปีละ 1 ล้านตัน ภายใน 2 สัปดาห์นี้ ตนจะหารือรายละเอียดกับผู้แทนจากจีน คาดว่าจะใช้วิธีการซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐวิสาหกิจกลางที่ดูแลการนำเข้าข้าวของจีน (คอฟโก) ต่างกับการทำสัญญาจีทูจีกับเป่ยต้าฮวงก่อนหน้านี้
“ สัญญาณที่จะทำระหว่างจีนกับไทยจะไม่ผูกพันกับรัฐบาลในอนาคต ซึ่งก็ต้องเข้าใจว่ารัฐบาลในอนาคต หากไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
สศช.จี้พาณิชย์แจ้งสต็อกโปร่งใส
ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เสนอความเห็นว่าต่อที่ประชุม ครม.ว่าเพื่อให้ชาวนาได้รับเงินครบถ้วน ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะเงินจากการระบายข้าวอย่างต่อเนื่องช่วงเดือนก.พ.-มี.ค. ประมาณ 16,000 ล้านบาท รวมถึงแหล่งเงินทุนอื่นๆ ที่กระทรวงการคลังจัดหา กระทรวงพาณิชย์ ควรรายงานปริมาณสต็อกข้าวตามโครงการที่ชัดเจน เพื่อให้ ครม.รับทราบเป็นระยะ พร้อมทั้งควรตรวจสต็อกอย่างจริงจังให้เห็นถึงความโปร่งใสในการดำเนินนโยบาย
กกต.ชี้2หมื่นล้านคนละประเด็น
ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวภายหลังการประชุม กกต. ว่าได้อนุมัติงบกลางเพื่อชำระหนี้ชาวนา 712 ล้านบาท หลังจากฟังการชี้แจงจากกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงบประมาณ ทำให้ทราบว่าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ฤดูกาลผลิตปี 2555/56 โดยเงิน 712 ล้านบาท เป็นงบกลางที่มีการกันเงินเบิกจ่ายเหลื่อมปีมาก่อนหน้านี้ ไม่ใช่งบกลางปี 2557 กกต.จึงมีมติอนุมัติให้ใช้ได้
ส่วนกระบวนการต่อจากนี้รัฐบาลต้องโอนเงินไปให้ ธ.ก.ส.เพื่อจ่ายเงินให้กับชาวนาใน 5 จังหวัด อย่างไรก็ตาม กกต.เห็นว่าการลงมติวันนี้เฉพาะกรณีนี้กรณีเดียว หากในโอกาสต่อไปมีการขอใช้งบกลางเพื่อชำระหนี้ชาวนาอีกต้องพิจารณาเป็นกรณีไป ไม่ถือว่าการลงมติคราวนี้เป็นผลผูกพันต่อการลงมติครั้งต่อไป
ถามว่าถึงกรณีที่รัฐบาลจะขออนุมัติงบกลางอีก 2 หมื่นล้านบาท จ่ายหนี้ชาวนา นายสมชัย กล่าวว่า ไม่เหมือนกัน คงต้องดูเป็นกรณีๆ ไป เท่าที่ซักถามกระทรวงพาณิชย์พบว่าการขออนุมัติงบ 2 หมื่นล้านบาท ได้เสนอเข้า ครม.แล้ว น่าจะเป็นการขอยืมเงินและจะใช้คืนต่อเมื่อรัฐบาลขายข้าวได้ และสามารถออกพันธบัตรเงินกู้ได้ ดังนั้นเนื้อหาจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้น คงต้องรอให้รัฐบาลส่งเรื่องมาก่อน
“งบกลางปี 2557 มียอดเงินรวม 7.2 หมื่นล้านบาท เราไม่ทราบว่าใช้อะไรไปบ้างแล้ว หากจะขอใช้ 2 หมื่นล้านบาท ต้องดูว่าการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดการผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไปหรือไม่ ถ้าผูกพัน กกต.จะไม่รับพิจารณา ทั้งนี้ได้ขอให้สำนักงบประมาณรายงานด้วยว่าการขอใช้งบกลางแต่ละครั้งมีการใช้ไปแล้วเท่าไหร่ เพราะเงินดังกล่าวจำเป็นต้องนำมาใช้กรณีฉุกเฉินจำเป็นจริงๆ เรายังไม่ทราบว่าประเทศ อาจจะมีสถานการณ์ที่ฉุกเฉินจำเป็น ดังนั้นการใช้งบกลางต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง” นายสมชัย กล่าว
บอร์ด ธ.ก.ส.ตั้งอนุกรรมการเกาะติดจ่ายค่าข้าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการประชุมบอร์ด ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว โดยผู้บริหาร ธ.ก.ส.ได้รายงานผลการดำเนินโครงการ และความคืบหน้าการจ่ายเงิน ตามที่ได้รับเงินจากกระทรวงพาณิชย์ ยังมีข้อเสนอขอตั้งกองทุนเพื่อช่วยชาวนา จะมีการพิจารณารายละเอียดกองทุน ในการประชุมวันที่ 27 ก.พ. นี้
ระหว่างการประชุม กรรมการที่มาจากฝ่ายการเมืองในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นายภัทรลาภ ทวีวงศ์ ณ อยุธยา นายสมหมาย กู้ทรัพย์ นายคณิต แพทย์สมาน นายธนรักษ์ วิเชียรรัตน์ นายทวีป ตันพิพัฒนกุล รวมถึง นายมนัส แจ่มเวหา กรรมการที่มาจากกระทรวงการคลัง ได้ซักถามฝ่ายบริหารว่า เมื่อมีมติ ครม.ออกมาเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2556 และมติ ครม.วันที่ 21 ม.ค. 2557 แล้ว เหตุใดฝ่ายบริหารธนาคาร จึงไม่ดำเนินการ หรือดำเนินการล่าช้าจนทำให้เกิดปัญหา มีม็อบชาวนาเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ฝ่ายบริหารได้อธิบายถึงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ประชุมจึงได้มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการ ติดตามการแก้ปัญหาโครงการรับจำนำข้าว เพื่อตรวจสอบและติดตามการดำเนินการของฝ่ายบริหารธ.ก.ส. ซึ่งการประชุมวันที่ 27 ก.พ. นี้ จะมีการเสนอรายชื่ออนุกรรมการอีกครั้ง
"บอร์ดบางคนจากฝ่ายการเมืองพยายามซักถามผู้บริหารธ.ก.ส. ว่าทำอะไรไปบ้าง ทำไมปล่อยให้เหตุการณ์บานปลาย จนมีม็อบชาวนาเข้ามากรุงเทพฯ มีการซักถามกันมากจนเป็นเหตุให้ตั้งอนุกรรมการชุดนี้ขึ้นมา "
สบน.ประมูลพี/เอ็น2หมื่นล้าน
นายทวี ไอศูรย์พิศาลคีรี รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการ สบน. ได้ส่งหนังสือลงวันที่ 20 ก.พ. 2557 เชิญชวนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงินเข้าร่วมประมูลตั๋วสัญญาใช้เงิน (พีเอ็น) วงเงินไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท ในวันที่ 27 ก.พ. นี้ กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย ส่วนอัตราดอกเบี้ยจ่ายคงที่ กำหนดชำระคืนต้นเงินกู้ทั้งจำนวนพร้อมดอกเบี้ยงวดสุดท้ายหรือครบกำหนดอายุเงินกู้
เงินกู้ดังกล่าวกระทรวงการคลังจะจัดหาไปให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ได้อนุมัติไว้แล้ว เพื่อใช้ในโครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2556/2557
สบน. ได้ออกหนังสือเชิญชวนให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงินเข้าร่วมประมูลตั๋วพีเอ็นครั้งนี้ โดยล่าสุดการประปานครหลวง ได้เข้าร่วมประมูลด้วยในวงเงิน 1 พันล้านบาท
ธีระชัยชี้เสี่ยงผิดกฎหมายกู้ไม่ผ่านคู่ค้า
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ค โดยระบุว่า รองผู้อำนวยการ สบน.กำลังเสี่ยงภัยทำผิดกฎหมาย ในการทำหนังสือไปถึงรัฐวิสาหกิจต่างๆ ให้เข้าร่วมประมูลตั๋วพีเอ็น ที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกัน โดยระบุว่าขั้นตอนการขาย ได้ทำให้ดูเสมือนจะเป็นการประมูลทั่วไป ให้ผู้ซื้อประมูลขั้นต่ำ 100 ล้านบาท ต่อ 1 อัตราผลตอบแทน เพราะว่าการประมูลเพื่อกู้เงินโดยกระทรวงการคลังที่ผ่านมานั้น ทุกๆ ครั้ง จะใช้วิธีเปิดประมูลแบบเปิดเผย โปร่งใส และเป็นไปตามปฏิทินที่กำหนดล่วงหน้า ทั้งจำนวนเงิน และอายุของตราสาร และที่สำคัญที่สุด ผู้ที่เข้าร่วมประมูล จะต้องมีสถาบันการเงินที่ทำหน้าที่ Primary Dealers เข้าร่วมด้วยทุกรายทุกครั้ง ไม่ใช่เปิดให้รัฐวิสาหกิจเข้ามาประมูลกันตรงๆ โดยไม่ผ่าน Primary Dealers
โดย Primary Dealers หมายถึง สถาบันการเงินที่เป็นคู่ค้าหลักกับรัฐบาล ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปัจจุบันนี้มีอยู่ 10 แห่ง คือ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารดอยช์แบงก์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ธนาคารยูโอบี ธนาคารเอบีเอ็นแอมโร เอ็นวี สาขาประเทศไทย ซิตี้แบงก์ ธนาคารเอชเอสบีซี ธนาคารไทยพาณิชย์ และ บล.เมอร์ริล ลินช์ ภัทร ซึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้คัดเลือก
กรณีนี้ สบน. เสนอให้รัฐวิสาหกิจเข้ามาประมูล แต่มิได้เป็นการประมูลแบบปกติ ที่บังคับให้ Primary Dealers ต้องเข้าร่วมประมูลด้วย จึงไม่มีอะไรจะเป็นหลักประกันว่า ดอกเบี้ยที่จะตกเป็นภาระแก่ผู้เสียภาษีนั้นจะเป็นธรรมหรือไม่ เสี่ยงที่จะเข้าข่ายฉ้อฉล มีเจตนาให้เกิดประโยชน์แก่พรรคร่วมรัฐบาล ในช่วงเวลาที่การเลือกตั้งยังไม่เสร็จสิ้นบริบูรณ์
ส่วนผู้บริหารรัฐวิสาหกิจนั้น หากที่ผ่านมา ไม่เคยเข้าไปร่วมประมูลเลยแม้แต่ครั้งเดียว ก็อาจเสี่ยง เนื่องจากเป็นที่ทราบกันว่า รัฐบาลได้พยายามหาทางกู้เงินเพื่อไปใช้ในโครงการจำนำข้าว จากสถาบันการเงินหลายแห่ง ได้พยายามหลายวิธีแต่ไม่สำเร็จ เพราะว่าสถาบันการเงินหลายแห่ง เห็นว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจกู้ หากรัฐบาลกู้ หรือหากค้ำประกัน จะฝ่าฝืนมาตรา 181 (3) ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ จึงพึงจะตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน ว่าข้อเสนอ สบน. ดังกล่าว เป็นการหาทางกู้เงิน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนดของกฎหมายหรือไม่ หากรัฐวิสาหกิจเข้าไปร่วมในขบวนการนี้ ก็เสี่ยงที่จะมีปัญหา ทั้งในมาตรา 181 (3) และ 181 (4)









