วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สหภาพออมสินวอนรัฐ อย่าดึงแบงก์ยุ่งจำนำ

สหภาพออมสินวอนรัฐบาล อย่าดึงธนาคารยุ่งโครงการรับจำนำข้าวอีก! หลังเจอวิกฤติศรัทธา ลูกค้าแห่ถอนเงินฝาก

ลิขิต กลิ่นถนอม ประธานสหภาพแรงงานธนาคารออมสิน ร่วมประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์การปล่อยกู้อินเตอร์แบงก์ของออมสินให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ที่จะนำไปจ่ายให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว หัวข้อ "ปล่อยกู้อินเตอร์แบงก์เพื่อจำนำข้าว" ในรายการ Business Talk ทางกรุงเทพธุรกิจทีวี

ลิขิต บอกว่า ที่ผ่านมา ธนาคารออมสินก็ให้วงเงินกับนโยบายของรัฐมาทุกรัฐบาล แต่ครั้งนี้ที่เป็นประเด็นขึ้นมาเพราะสังคมให้ความสนใจและจับจ้อง ซึ่งออมสินคงไม่ก้าวล่วงว่า โครงการจำนำข้าวดีหรือไม่ดี แต่เราช่วยเหลือรายย่อยเท่านั้น ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันโซเชียลมีเดียและสื่อออนไลน์ ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยพนักงานไม่อยากให้ออมสินถูกมองว่า เป็นธนาคารสีใดๆ แต่เราเป็นธนาคารของในหลวง ที่รับใช้และช่วยเหลือประชาชน

"ออมสินทำตามวัตถุประสงค์ที่เป็นนโยบายของรัฐ เราไม่อยากให้มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง ต้องเห็นใจพนักงานออมสิน ดังนั้นเราไม่อยากให้ธนาคารปล่อยกู้โครงการที่ไม่มีความชัดเจนและไม่โปร่งใส หากยังทำพนักงานอาจจะยกระดับคัดค้านจนถึงขั้นขัดขวางก็เป็นได้"

ลิขิต ยังย้ำว่า วิกฤติการถอนเงินที่เกิดขึ้นกับธนาคารครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อออมสิน ฉะนั้นพนักงานจะพยายามเรียกศรัทธาของธนาคารให้กลับคืนมา และยืนยันว่าเงินฝากทุกบาทจะไม่นำไปใช้ในโครงการที่ไม่ถูกถูกต้องและไม่ถูกกฎหมายแน่นอน โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว ออมสินยืนยันว่าจะไม่ปล่อยกู้อย่างแน่นอนตราบใดที่โครงการยังไม่มีความชัดเจนในแง่กฎหมายเพราะออมสินเป็นธนาคารที่มีธรรมาภิบาลภายในองค์กร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ส่วนการปล่อยกู้ระหว่างธนาคารหรืออินเตอร์แบงก์นั้น เป็นธุรกรรมระหว่างธนาคารเท่านั้นหากไม่ได้นำเงินไปใช้โครงการรับจำนำข้าว

"ขอวิงวอนภาครัฐอย่าดึงออมสินไปยุ่งเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ขอให้สงสารออมสินและลูกค้าที่ฝากเงินกับธนาคาร พนักงานพร้อมสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาอย่างเร่งด่วน วิกฤติถอนเงินฝากครั้งนี้ถือเป็นวิกฤติของธนาคารในรอบ 101 ปีนับตั้งแต่ตั้งธนาคารมา และเป็นประวัติศาสตร์ที่ภายใน 1 วันมีการถอนเงินถึง 3 หมื่นล้านบาท "

ประธานสหภาพออมสิน ชี้ว่า วิกฤติที่เกิดกับธนาคารนั้นแบ่งเป็น 2 วิกฤติคือ วิกฤติด้านเครดิต ซึ่งธนาคารเชื่อมั่นว่า ธ.ก.ส.มีเงินเพียงพอที่จะชำระคืน โดยเราไม่ห่วงประเด็นนี้ แต่ วิกฤติช่วงเวลาปล่อยกู้ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านการเมือง เพราะผู้บริหารไม่ได้วิเคราะห์ช่วงเวลาปล่อยกู้ที่เหมาะสม คือ ต้นเหตุที่ทำให้วิกฤติลุกลามทำให้ความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์องค์กรหายไปในสายตาลูกค้าของธนาคารออมสิน เพราะหลังเกิดเรื่องมีลูกค้าเงินฝากมาถอนเงินไปกว่า 5หมื่นล้านบาทภายใน 2วัน ทั้งๆที่ธนาคารออมสินก่อตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ รัชกาลที่6 มีวัตถุประสงค์เพื่อการออม ซึ่่งปกติธนาคารไม่เคยมีปรากฏการณ์ถอนเงินมากนัก จนธนาคารมีสภาพคล่องสูงถึง 2 แสนล้านบาท

ลิขิต บอกว่า ได้มีการหารือระหว่างคณะกรรมการธนาคารและสหภาพฯถึงความช่วยเหลือชาวนา แต่ธนาคารไม่สามารถปล่อยกู้โครงการรับจำนำข้าวได้ ถ้ากฎหมายยังไม่ชัดเจน แต่ส่วนการช่วยเหลือคุณภาพและการดำรงชีวิตชาวนาโดยตรงอย่างไรได้บ้าง เบื้องต้นได้หารือกันอยู่อาจจะให้มีการปล่อยกู้ปกติแบบปลอดดอกเบี้ย หรือดอกเบี้ยต่ำ โดยใช้บุคคลค้ำประกันไม่เกี่ยวกับใช้ใบประทวนมาเป็นหลักประกัน ซึ่งต้องหารือรายละเอียดกันอีกครั้งเมื่อมีผู้บริหารธนาคารใหม่ หลังจากผู้อำนวยการ วรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี ลาออกไป เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของชาวนา "สหภาพฯออมสินมีบทสรุปว่าถ้าจะช่วยเหลือโครงการภาครัฐ ก็ต่อเมื่อโครงการมีความโปร่งใส เพราะนโยบายสินเชื่อของธนาคารเน้นโครงการที่มีธรรมาภิบาล และไม่ผิดศีลธรรม"

ลิขิต ชี้ว่า ลูกค้าที่มาถอนเงินฝากส่วนใหญ่ 70% บอกเหตุผลว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการรับจำนำข้าว โดยเป็นลูกค้าในเขตภาคใต้และกรุงเทพฯ ที่เหลืออีก 30%เป็นการถอนตามปกติ ซึ่งเหตุการณ์ปล่อยกู้อินเตอร์แบงก์ให้โครงการรับจำนำข้าวอาจจะมาจากเหตุผลไม่ชัดเจน จนทำให้มีลูกค้ามาถอนเงินจำนวนมาก ซึ่งการอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจเป็นเรื่องยาก เพราะส่วนหนึ่งของเหตุผลคือหมั่นไส้โครงการรับจำนำข้าว แต่รับปากว่าหากดูสถานการณ์เรียบร้อยแล้วจะกลับมาฝากใหม่ รวมถึงลูกค้าที่ซื้่อสลากออมสินด้วย เพราะไม่เห็นด้วยกับโครงการที่ไม่โปร่งใส แม้ลึกๆลูกค้าส่วนใหญ่ยังรักออมสินอยู่ แต่อาจจะนำเงินไปฝากที่อื่นก่อนชั่วคราว

"ออมสินมีกฏหมายค้ำประกันเงินฝากเต็มจำนวน ต่างจากธนาคารอื่นๆ ที่จำกัดเพดานรับประกันเงินฝากไว้แค่ 5 ล้านบาทเท่านั้น ทำให้ออมสินมีความมั่นคงที่สุด"