วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บริษัทญี่ปุ่นพร้อมขึ้นค่าจ้าง

โตโยต้า มอเตอร์ และผู้ผลิตชั้นนำของญี่ปุ่นรายอื่นๆ ส่งสัญญาณว่าพร้อมแล้วที่จะขึ้นค่าจ้างเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ และผู้ผลิตชั้นนำของญี่ปุ่นรายอื่นๆ ส่งสัญญาณว่าพร้อมแล้วที่จะขึ้นค่าจ้างเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ตามคำชักชวนของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และถือเป็นสาระสำคัญในความพยายามพลิกฟื้นเศรษฐกิจของนายอาเบะ

นักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า ค่าจ้างของชาวญี่ปุ่นลดลงตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1990 อันทำให้ภาวะเงินฝืดหยั่งรากลงอย่างมั่นคง ดังนั้น หากสามารถขจัดอุปสรรคทางจิตวิทยาในการขึ้นเงินเดือนได้ ก็อาจช่วยสร้างแรงบันดาลใจเชิงบวกต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

เมื่อวันพุธ (19 ก.พ.) บริษัทชั้นนำหลายบริษัทเริ่มเจรจาค่าจ้างประจำปี โดยในการเสนอขึ้นค่าจ้างครั้งแรกของพวกเขานับตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจโลกในปี 2551 นั้น สหภาพแรงงานไม่ได้ร้องขออะไรไปมากกว่าการขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยเพียง 1% ไม่รวมโบนัสและเงินตอบแทนพิเศษอื่นๆ

การเจรจาค่าจ้างในฤดูใบไม้ผลิเป็นธรรมเนียมมาตั้งแต่ทศวรรษ 1950 ที่อุตสาหกรรมรายใหญ่จะเป็นแห่งแรกที่เริ่มเปิดการเจรจา อันเป็นการกำหนดแนวโน้มค่าจ้างสำหรับบริษัทรายอื่น

ในปีนี้ การเจรจาเปี่ยมไปด้วยความหวัง หลังจากนายอาเบะกดดันผู้นำธุรกิจให้นำเงินสดที่สะสมไว้ มาขึ้นเงินเดือนพนักงาน

การขึ้นเงินเดือนถือเป็นเรื่องเร่งด่วนก่อนมีการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนเมษายน ที่อาจชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจเพราะการบริโภคลดน้อยลง

รองประธานบริหารอาวุโส บริษัทอิเลกทรอนิกส์รายใหญ่ "โตชิบา คอร์ป" นายมาโกโตะ คูโบ ซึ่งพนักงานในบริษัทขอให้ขึ้นเงินเดือน 4,000 เยน หรือราว 1,200 บาท เปิดเผยว่า บริษัทจะพิจารณาว่าจะขึ้นเงินเดือนได้มากน้อยแค่ไหน

ด้านผู้จัดการอาวุโสของโตโยต้า "นายนาโอกิ มิยาซากิ" กล่าวอย่างระมัดระวังว่า ขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจเรื่องค่าจ้าง แต่ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเป็นหนึ่งในหัวข้อที่หารือกันในครั้งนี้

การขึ้นค่าจ้างเกิดขึ้นหลังจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่วางไว้แล้วเข้าที่ ราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นในอัตราที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบหลายปี ขณะที่อัตราว่างงานลดลงต่ำสุดในรอบหกปีที่ 3.7%

นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์สนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของนายอาเบะ ซึ่งผสมผสานระหว่างนโยบายการคลังเชิงรุกและการกระตุ้นทางการเงิน ช่วยให้เงินเยนอ่อนค่าลงเกือบ 20% นับตั้งแต่นายอาเบะขึ้นสู่อำนาจเมื่อปลายปี 2555 เงินเยนที่อ่อนลงทำให้รายได้จากต่างประเทศของภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์

บริษัทหลายแห่ง รวมทั้งโตโยต้า, ฮิตาชิ และมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ป ขณะนี้คาดว่าจะรายงานผลกำไรมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปีงบประมาณนี้ที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม ซึ่งสำหรับสหภาพแรงงานแล้ว นั่นหมายถึงได้เวลาปัดฝุ่นทักษะการเจรจา

ขณะที่ผู้บริหารรู้ดีว่ารายได้ที่สูงขึ้นจะมีบทบาทสำคัญในการรักษาแรงส่งทางเศรษฐกิจ แต่พวกเขาก็ระวังว่าการขึ้นค่าจ้างอาจเพิ่มต้นทุนแรงงานที่สูงอยู่แล้วในญี่ปุ่น และอาจบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในตลาดโลก

สิ่งที่ต้อบจับตาดูคือการขึ้นเงินเดือนให้พนักงานประจำ จะนำไปสู่การขึ้นค่าจ้างพนักงานชั่วคราวและพนักงานสัญญาจ้างด้วยหรือไม่ พนักงานกลุ่มนี้คิดเป็น 37.5% ของลูกจ้างทั้งหมดเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา อันเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าของอัตราส่วนเมื่อ 20 ปีก่อน หลังบริษัทญี่ปุ่นหันมาจ้างพนักงานชั่วคราวมากขึ้น เพราะจ่ายค่าจ้างน้อยกว่าและเลิกจ้างได้ง่ายเมื่อบริษัทมีปัญหาเศรษฐกิจ