กำไรไตรมาส 4/56 สูงกว่าคาด; คาดการณ์กำไรไตรมาส 1/57 เติบโต QoQ
สูงกว่าคาด
BCP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/56 ที่ 688 ล้านบาท ลดลง 40% YoY และ 49% QoQ หากไม่นับรวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 530 ล้านบาท, กำไรจากสต๊อกน้ำมันและสัญญาป้องกันความเสี่ยงน้ำมันจำนวน 342 ล้านบาท, ผลขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์จำนวน 5 ล้านบาท และการกลับรายการการด้อยค่าสินทรัพย์สุทธิจำนวน 58 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 4/56 จะอยู่ที่ 822 ล้านบาท ลดลง 20% YoY แต่เพิ่มขึ้น 407% QoQ กำไรสุทธิที่ออกมาสูงกว่าประมาณการของเรา 24% และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 32% เนื่องจากอัตราภาษีจ่ายที่ต่ำกว่าคาดและกำไรพิเศษ สำหรับปี 2556 BCP รายงานกำไรสุทธิที่ 4,653 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY และกำไรหลัก 3,366 ล้านบาท เติบโต 106% YoY
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรไตรมาส 4/56 ปรับตัวลดลงมาจาก: 1) ค่าการกลั่นตลาดที่อ่อนตัวลง (ลดลง 55% YoY แต่เพิ่มขึ้น 2% QoQ มาอยู่ที่ 4.8 เหรียญต่อบาร์เรล), 2) ค่าการตลาดค้าปลีกลดลง (ลดลง 26% YoY และ 8% QoQ มาอยู่ที่ 0.49 บาทต่อลิตร), 3) กำไรจากสต๊อกน้ำำมันต่ำลง QoQ (2.1 เหรียญต่อบาร์เรล เทียบกับ 3.2 เหรียญต่อบาร์เรล ในไตรมาส 3/56) และ 4) กำไรจากสัญญาป้องกันความเสี่ยงน้ำมันที่ลดลง YoY (1.19 เหรียญต่อบาร์เรล เทียบกับ 1.20 เหรียญต่อบาร์เรลในไตรมาส 4/55) ให้สังเกตว่าบริษัทรับรู้กำไรจากหน่วยธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มสูงขึ้น QoQ และ YoY ในไตรมาสดังกล่าว นอกจากนี้อัตราการใช้กำลังการกลั่นเพิ่มขึ้น 19% YoY และ 1% QoQ มาอยู่ที่ 101KBD ในขณะที่ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดเพิ่มสูงขึ้น 8% YoY และ 7% QoQ มาอยู่ที่ 432 ล้านลิตรต่อเดือน
แนวโน้ม
เราคาด BCP จะรายงานกำไรหลักเติบโตแข็งแกร่ง QoQ (แต่ลดลง YoY) ในไตรมาส 1/57 แม้ปัญหาทางการเมืองอาจส่งผลให้ปริมาณขายผ่านช่องทางการตลาดลดลง QoQ ปัจจัยหนุนได้แก่ค่าการกลั่นตลาดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากอุปสงค์สูงตามฤดูกาลสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในระหว่างไตรมาสแรกกอปรกับอุปทานขาดตลาดในอเมริกาเหนือ (เนื่องจากสภาวะอากาศที่หนาวเย็น) ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์นับตั้งแต่ไตรมาส 1/57 จนถึงปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้น 55% QoQ (แต่ลดลง 25% YoY) เป็น 6.3 เหรียญต่อบาร์เรล









