ปี 2556 ทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์
รับรู้รายได้จากการขาย AIE หนุน กำไรสุทธิเติบโต
กำไรปกติปี 2556 ของ AI เพิ่มขึ้น 34%YoY เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจไบโอดีเซล (AIE) ที่พลิกจากผลขาดทุน 41 ล้านบาท ในปี 2555 มาเป็นกำไรสุทธิ 201 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจลูกถ้วยซึ่งเป็นธุรกิจหลักมีกำไรที่เติบโตต่อเนื่อง หลังจากบริษัทเพิ่มสัดส่วนการขายลูกถ้วย High Margin ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจเพิ่มขึ้นจาก 11% ในปี 2555 เป็น 13% ในปี 2556 ด้านกำไรสุทธิ 4Q56 ดีกว่าคาดเล็กน้อย เป็นผลมาจากการรับรู้กำไรจากการขายหุ้น AIE ที่มากกว่าคาด ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 4Q56 สูงถึง 738 ล้านบาท และทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 2556 สูงเป็นประวัติศาสตร์อยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท เพิ่มเกือบ 5 เท่าจากปี 2555
จ่ายเงินปันผลต่ำกว่าคาด แต่ยังให้ผลตอบแทน 12%
บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผล 2 บาท ให้อัตราผลตอบแทน 12% โดยแบ่งเป็นการจ่ายเงินปันผลพิเศษ 1.5 บาท และเงินปันผลจากการดำเนินงานปกติ 0.5 บาท โดยบริษัทจะทำการขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 ก.พ. และจ่ายเงินปันผลวันที่ 17 มี.ค. การประกาศจ่ายเงินปันดังกล่าวถือว่าต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ขณะที่ปี 2557 เราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงานได้ในอัตรา 0.5 บาท ให้ผลตอบแทน 3%
ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” เพื่อรับเงินปันผล
เราปรับวิธีการประเมินมูลค่าหุ้น AI จาก PER เป็นวิธี Sum of the parts ได้มูลค่าเหมาะสมที่ 18 บาท (ประเมินมูลค่าของธุรกิจหลักจาก DCF ได้ 12 บาท และมูลค่าของ AIE ตามสัดส่วนที่ AI ถือหุ้น (59.6%) อยู่ที่ 6 บาท) เรามองว่าประเด็นการลงทุนใน AI ที่น่าสนใจเหลือเพียงแค่เงินปันผลที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงถึง 12% ทำให้เราปรับคำแนะนำการลงทุนมาเป็น “ถือ” เพื่อรับเงินปันผลเท่านั้นจากเดิมแนะนำ “ซื้อ” ด้านกำไรปกติปี 2557 ของกลุ่ม AI ที่เติบโตโดดเด่นมาจากธุรกิจไบโอดีเซลของ AIE ขณะที่ราคาหุ้นของ AIE มีความน่าสนใจมากกว่า









