วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ระวังภัยแฝงระบบ'อี-มันนี่'

"อี-มันนี่" ยังไม่ถือเป็นช่องทางหลักในการชำระเงินของไทย จึงไม่ส่งผลต่ออัตราการหมุนเวียนของเงินอย่างมีนัยสำคัญ

"เงินอิเล็กทรอนิกส์" หรือ "อี-มันนี่" (e-Money) เป็นระบบการเงินประเภทหนึ่งซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของสังคมไทยอยู่ในขณะนี้ โดยเป็นรูปแบบการใช้จ่ายเงินสมัยใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในเรื่องความสะดวก รวดเร็ว และสอดคล้องกับการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย เพราะสามารถใช้จ่าย หรือโอนเงินผ่านระบบออนไลน์ ไม่ต้องเสียเวลาไปทำธุรกรรมที่สถาบันการเงินหรือแม้แต่เคาท์เตอร์เซอร์วิส

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยทีมวิเคราะห์ระบบการชำระเงิน ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงิน ได้ออกรายงานวิเคราะห์เจาะลึกระบบการชำระเงินของไทยช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2556 ระบุว่า บริการการเงินประเภทนี้มีแนวโน้มการใช้บริการมากขึ้น แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคของไทย เนื่องจากมูลค่าใช้จ่ายด้วยอีมันนี่ของไทยยังมีน้อยมาก โดยในปี 2555 การใช้อีมันนี่ของไทยมีมูลค่ารวมที่ 35.3 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 0.01 ของมูลค่ารวมธุรกรรมการชำระเงินผ่านระบบการชำระเงินทั้งหมด

นอกจากนี้ "อี-มันนี่" ยังไม่ถือเป็นช่องทางหลักในการชำระเงินของไทย จึงไม่ส่งผลต่ออัตราการหมุนเวียนของเงินอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ดี แม้ว่าระบบการเงินสมัยใหม่นี้ยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม แต่ปัจจุบันเริ่มมีกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายบางกลุ่มฉวยโอกาสใช้ระบบการเงินประเภทนี้ ซึ่งเปรียบเสมือน "ของใหม่" ที่การควบคุมดูแลยังไม่ค่อยเข้มงวด มาเป็นเครื่องมือหรือช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบจากการก่ออาชญากรรมแล้ว

พ.ต.อ.นิเวศน์ อาภาวศิน ผู้กำกับการกลุ่มงานตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยี กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (บก.สสท.สทส.ตร.) เผยถึงภัยแฝงจากการใช้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-มันนี่ ว่า ปัจจุบันนี้เริ่มพบว่ามีการนำบริการ อี-มันนี่ ไปใช้ในกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกับเว็บไซต์ลามกอนาจาร ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนพบการนำระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์มาใช้แทนการชำระเงินผ่านระบบบัตรเครดิต เนื่องจากระบบบัตรเครดิตนั้นสามารถตรวจสอบที่มาที่ไป หรือยืนยันตัวบุคคลได้ แต่ระบบการเงินแบบใหม่อย่าง อี-มันนี่ นั้นยังไม่มีระบบการตรวจสอบที่รัดกุมเพียงพอ

พ.ต.อ.นิเวศน์ อธิบายว่า เว็บไซต์ลามกอนาจารนำมาระบบ อี-มันนี่ มาใช้เป็นช่องทางการสมัครสมาชิก โดยเฉพาะสมาชิกประเภทวีไอพีที่จะได้รับบริการพิเศษในการเข้าถึงเนื้อหาพิเศษภายในเว็บไซต์ได้มากขึ้น และจากการเฝ้าสังเกตการณ์พบว่า การใช้ระบบ อี-มันนี่ ในเว็บไซต์ผิดกฎหมายนั้นเริ่มมีแพร่กระจายไปยังเว็บไซต์ผิดกฎหมายประเภทอื่นด้วย

"นอกจากเว็บไซต์ลามกอนาจารแล้ว เริ่มมีให้เห็นในเว็บไซต์การพนันออนไลน์ และเว็บไซต์จำพวกเว็บโฮสติ้งที่ให้บริการแชร์ไฟล์ขนาดใหญ่" พ.ต.อ.นิเวศน์ ระบุ

ทว่าในการตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับเว็บไซต์เหล่านี้กลับเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดย พ.ต.อ.นิเวศน์ สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ป้องกันและปราบปรามไม่สามารถดำเนินการได้ คือ การไม่สามารถยืนยันข้อมูลบุคคลที่กระทำผิดได้ ทั้งข้อมูลบุคคลจากระบบโทรศัพท์มือถือ และระบบ อี-มันนี่ เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ทั่วไปโดยไม่ต้องจดทะเบียนหรือยืนยันตัวบุคคล เช่น ซื้อจากร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น โดยการซื้อขายไม่มีระบบจัดเก็บข้อมูลส่วนตัวอย่างเป็นระบบ

สำหรับ อี-มันนี่ นั้นแม้ว่าจะมีการเปิดบัญชีกับบริษัทผู้ให้บริการ แต่ชุดตัวเลข 14 หลักที่เปรียบเหมือนเป็นเครดิตแทนเงินชนิดหนึ่งก็สามารถส่งต่อให้กันได้อย่างไม่จำกัด และเมื่อเปลี่ยนมือไปก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการเปลี่ยนมือไปอยู่กับใครและผู้ถือรายใหม่เป็นใคร

พ.ต.อ.นิเวศน์ กล่าวอีกว่า ระบบอี-มันนี่ ในต่างประเทศนั้น สามารถใช้ซื้อของหรือใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย ไม่สามารถโอนต่อกันได้ ใช้แบบครั้งเดียวจบ และมีกลไกในการตรวจสอบ แต่ของไทยสามารถโอนให้กันได้ และสามารถถอนเป็นเงินสดออกมาได้ด้วย ทั้งนี้ระบบดังกล่าวอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อระบบการเงินการธนาคาร ระบบภาษี และเป็นภัยต่อความมั่นคงได้ในอนาคต

"ระบบนี้หากอาชญากรนำไปใช้ก็จะทำให้มีเครื่องมือและช่องทางในการกระทำผิดเกือบครบวงจร คือ ก่อนหน้านี้เครื่องมือสื่อสารหรือการเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตก็ตรวจสอบกันยากอยู่แล้ว เมื่อมีระบบบริการการเงินประเภทนี้เข้ามาด้วย ก็ทำให้มีแหล่งเงินนอกระบบไว้ใช้ เมื่อเติมเงินเข้าไปก็สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ กลายเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตประเภทหนึ่ง แต่กลับไม่สามารถตรวจสอบตัวผู้ใช้บริการ ฉะนั้นคนร้ายอาจใช้เป็นช่องทางการกระทำผิดรูปแบบต่างๆ รวมทั้งฟอกเงินได้ด้วย"

ทั้งนี้ จากการเข้าไปตรวจสอบเว็บไซต์ลามกอนาจารแห่งหนึ่งซึ่งจัดทำและดูแลโดยคนไทย พบว่าที่ส่วนบนของเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวมีการระบุวิธีการสมัครสมาชิกไว้อย่างชัดเจนว่า เปิดรับเฉพาะเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทผู้ให้บริการแห่งหนึ่งเท่านั้น โดยในหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวยังมีการทำลิงค์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่ให้บริการตรวจสอบว่า อี-มันนี่ ที่มีอยู่นั้นมีเงินอยู่ในระบบเท่าไร และมีลิงค์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ที่ให้บริการรับแลกเปลี่ยน อี-มันนี่ เป็นเงินสดด้วย แต่จะต้องถูกหักเปอร์เซ็นต์ตามที่เว็บไซต์ที่ให้บริการแลกเปลี่ยนรายนั้นกำหนดไว้

เมื่อผู้ใช้บริการเว็บไซต์ลามกอนาจารต้องการสมัครสมาชิก ก็จะต้องป้อนข้อมูล อี-มันนี่ ที่มีอยู่ ซึ่งจะใช้เป็นชุดตัวเลข 14 หลักเป็นรหัสแทนยอดเงินจำนวนหนึ่งตามที่บริษัทผู้ให้บริการกำหนดเงื่อนไขไว้ จึงสามารถเข้าใช้บริการในส่วนที่จัดไว้เฉพาะสมาชิกได้ นอกจากนั้นในพื้นที่ของเว็บไซต์ลามกอนาจารแห่งนี้ยังระบุข้อความเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่ด้วยว่า "มีเว็บเดียว ไม่ปิดหนี ไม่สร้างเว็บใหม่" ลักษณะเป็นการท้าทายเจ้าหน้าที่รัฐผู้รับผิดชอบ

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับปัญหาเรื่อง อี-มันนี่ คณะอนุกรรมาธิการ (อนุ กมธ.) พิจารณาศึกษาเกี่ยวกับดาวเทียมและสื่อดิจิตอลเพื่อความมั่นคงของรัฐ ในคณะกรรมาธิการการทหาร วุฒิสภา ได้เคยเชิญตัวแทนบริษัทผู้ให้บริการอี-มันนี่แห่งหนึ่งมาชี้แจงถึงการปฏิบัติตามนโยบายภาครัฐ ตลอดจนกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยเฉพาะกรณีการจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อยืนยันตัวบุคคล หลังจากที่การสืบสวนแกะรอยผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรมโดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย พบปัญหาการไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการอย่างดีเพียงพอ ซึ่งส่งผลทำให้คดีไม่สามารถระบุตัวตนผู้ต้องสงสัยที่กระทำผิดได้ บางคดีต้องยุติการสอบสวนไปเนื่องจากไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด

ทั้งนี้ ผลของการเชิญบริษัทผู้ให้บริการอี-มันนี่ ของอนุ กมธ. ก็ยังไม่ได้รับความร่วมมือหรือแสดงท่าทีให้ความร่วมมือแต่อย่างใด

ข้อมูลจาก ธปท.เมื่อปี 2556 ระบุว่า บริการการเงินแบบ อี-มันนี่ มีผู้ให้บริการที่เป็นสถาบันการเงิน 8 ราย และไม่ใช่สถาบันการเงิน 13 รายซึ่งผู้ใช้บริการของไทยส่วนใหญ่เลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน โดยภาพรวม อี-มันนี่ เป็นสื่อชำระเงินที่ใช้แทนเงินสดซึ่งนอกจากรูปแบบบัตรต่างๆ เช่น บัตรโดยสารรถไฟฟ้า บัตรที่ใช้ซื้อของตามร้านสะดวกซื้อแล้ว ยังมีอีกรูปแบบหนึ่ง คือ เงินอิเล็กทรอนิกส์บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยผู้ใช้บริการต้องลงทะเบียนเปิดบัญชีออนไลน์กับผู้ให้บริการก่อนจึงสามารถเติมเงินเข้าบัญชีผ่านระบบอินเตอร์เน็ตหรือโทรศัพท์มือถือได้

มูลค่าการใช้จ่ายด้วย อี-มันนี่ ของไทยยังค่อนข้างน้อย โดยเมื่อปี 2555 การใช้ อี-มันนี่ มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.01 ของมูลค่ารวมธุรกรรมการชำระเงินผ่านระบบการชำระเงินทั้งหมด ดังนั้น อี-มันนี่ จึงยังไม่ถือเป็นช่องทางหลักในการชำระเงินของไทย แต่มีแนวโน้มการชำระเงินผ่านช่องทางนี้่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

และนี่คือช่องโหว่ของระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่สังคมกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งทุกฝ่ายต้องเร่งวางมาตรการป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ ก่อนที่ภัยออนไลน์ประเภทนี้จะกลายเป็นภัยร้ายที่สร้างความหายนะต่อภาพรวมเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ