กนอ.เดินหน้าเพิ่มพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรองรับเปิดเออีซี คาดจะเพิ่มเพิ่มอีก 1.3 หมื่นไร่ มั่นใจปีนี้ขายที่ได้ตามเป้า 3 พันไร่
นายวีระพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะกรรมการ (บอร์ด) กนอ. ได้เห็นชอบให้ กนอ. ร่วมลงทุนกับเอกชนในการดำเนินการตั้งนิคมอุตสาหกรรมใหม่อีก 5 แห่ง ในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดระยองรวม 8,719 ไร่ นั้น หลังจากนี้เอกชนสามารถเริ่มเดินหน้าโครงการได้ทันที โดยจะไม่มีขั้นตอนต้องนำเรื่องที่เข้าสู่คณะรัฐมนตรี(ครม.) จนติดปัญหาทางการเมือง เพราะขั้นตอนการดำเนินการนี้เป็นระเบียบการบริหารตามปกติของ กนอ. ไม่ใช่เรื่องทางนโยบาย
โดยขั้นตอนต่อไปเอกชนที่ร่วมดำเนินงานใน 5 นิคมอุตสาหกรรม จะต้องทำการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ดำเนินควบคู่ไปกับการออกแบบสาธารณูปโภค และรวมแล้วคาดว่าทั้งขั้นตอนการขออนุญาตและลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคจะใช้เวลาราว 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง จะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดขายพื้นที่ได้
สำหรับ 5 โครงการนี้ ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง โครงการ 4 และ 5 จังหวัดชลบุรี พื้นที่ 2,125 ไร่ นิคมอุตสาหกรรมเหมราชระยอง 36 จังหวัดระยอง พื้นที่ 1,232 ไร่ นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด แห่งที่ 2 และ 3 จังหวัดชลบุรี พื้นที่ 5,362 ไร่ โดยพื้นที่อุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นนี้ยังคงมีอุตสาหกรรมกลุ่มเก่าที่มีการลงทุนมากในภาคตะวันออกอยู่แล้วคือยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังมีความต้องการขยายการลงทุนในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดปัญหาการเมือง แต่การเพิ่มพื้นที่อุตสาหกรรมใหม่ๆ ก็ต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับภาคอุตสาหกรรมในอนาคต เพราะแม้ว่าจะมีความวุ่นวายทางการเมิอง แต่ไทยก็ยังไงไทยก็ยังเป็นเป้าหมายที่สำคัญของลงทุน เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในเร็วๆนี้ ซึ่งจะต้องเตรียมการตั้งแต่ตอนนี้และใช้เวลาอีก1-2 ปีพัฒนา ซึ่งจะผลิตสินค้าส่งออกได้ทันในช่วงเปิด เออีซี พอดี
นอกจากทั้ง 5 โครงการที่กล่าวมาแล้ว กนอ.ยังอยู่ระหว่างผลักดันนิคมอุตสาหกรรมใหม่ที่ขณะนี้ได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งนิคมใหม่แล้วอีก 6 ราย รวมพื้นที่ 4.8 พันไร่ ซึ่งประกอบด้วยโครงการนิคมอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี นิคมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์เชียงของ จ.เชียงราย นิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมแล้วจะทำให้มีพื้นที่อุตสาหกรรมที่ต้องผลักดันให้เพิ่มขึ้นก่อนที่จะเปิด เออีซี ประมาณ 1.3 หมื่นไร่









